ทางด้านนางสว่าง ต่อเนื่อง อายุ 85 ปี มารดาของนางกนกพร กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนก็ไม่รู้ตนว่าไปทำอะไรให้ ถึงได้มาโกรธเคืองกับครอบครัวตน ถึงต้องขี่รถจยย.ผ่านหน้าบ้านตนแล้วบีบแตรเสียงดังทุกวันมาเป็นปี ๆ ซึ่งทุกครั้งที่เขาขี่ผ่านและบีบแตรตนก็จะตกใจ ใจหาย ปวดหัว สะดุ้งทุกครั้ง เหมือนหัวใจเต้นแรง ตนอยากขอร้องให้เขาทำนิสัยใหม่ ให้ตำรวจตักเตือนอย่ามาทำความประพฤติ สร้างความเดือดร้อนแก่กันแบบนี้เลย และตนก็อยากถามเขาว่าตนกับครอบครัวไปทำอะไรจึงได้โกรธแค้นจนต้องกลั่นแกล้งกันแบบนี้
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสอบถามกับนายเก๋ คู่กรณีหนุ่มซึ่งมีบ้านพักห่างไปประมาณ 2-3 หลัง เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยนายเก๋ อายุ 41 ปี คู่กรณีกล่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวานเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะอะไรกัน เรื่องบีบแตรรถตนก็บีบแค่ 2 ครั้งตอนเข้า-ออก เพราะว่าเมื่อตนรถขี่รถผ่านหน้าเขาไปจะกลายเป็นทางสามแยก ตนจึงบีบแตรเพื่อเตือนรถซ้ายขวาที่วิ่งไปมา ซึ่งหลังจากเกิดเรื่องเมื่อวานนี้แล้วแม่ของตนมาขอร้องแล้ว ตนก็รับปากให้สัญญาว่าจะไม่บีบแตรอีกแล้ว เพื่อให้ต่างฝ่ายต่างอยู่กันไปให้เรื่องมันจบ ๆ
ในเบื้องต้นหลังผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเรียกทั้งสองฝ่ายเข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ยเจรจา เพื่อทำข้อตกลงระหว่างกันอีกครั้งต่อไป
ข่าว/ภาพ-ศุภชัย สินธ์ประเสริฐ