อยากสะท้อนมุมมองหรืออยากให้รัฐบาลช่วยเหลือในด้านไหนบ้าง
ทุกธุรกิจได้รับผลกระทบจาก COVID-19 โรงแรมแต่ละแห่งต้องลงทุนสูงเพื่อจ้างพนักงานจำนวนมาก ดังนั้น ช่วงที่ไม่แขกเข้ามาพัก ได้ส่งผลให้โรงแรมมีปัญหาเรื่องการเงิน ประสบปัญหาในการกู้เงินมาใช้จ่ายเป็นอย่างมาก รัฐบาลได้เห็นปัญหาเหล่านี้และได้พยายามหาทางช่วยเหลือ แต่ก็คิดว่ายังไงก็ไม่พอต่อความต้องการและความเดือดร้อนที่ธุรกิจได้รับ
เป็นที่ทราบว่ามีโรงแรมจำนวนหนึ่งที่ได้ประกาศขาย และอีกจำนวนหนึ่งยังมองไม่เห็นโอกาสที่จะฟื้นตัวได้ หากรัฐบาลมีนโยบายช่วยเหลือก็ควรที่จะเร่งพิจารณาสิ่งที่จะทำให้อุตสาหกรรมโรงแรมยืนหยัดอยู่ได้ในช่วงวิกฤติ ซึ่งก็คิดว่าธุรกิจโรงแรมคงไม่ได้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วแม้จะช่วยเหลือเต็มที่ ซึ่งสิ่งที่ธุรกิจโรงแรมต้องการมากที่สุดก็คือนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในประเทศ แต่ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยถึงปี 2566 ระหว่างที่ยังต้องรอคอยให้ถึงเวลานั้นจึงเห็นความจำเป็นที่รัฐบาลต้องให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะโรงแรมที่ขาดเงินหมุนเวียน ขาดทุน ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ รัฐบาลสามารถช่วยได้หลายวิธี เช่น ให้ธนาคารพาณิชย์ที่ปล่อยกู้ให้กับอุตสาหกรรมโรงแรมได้ผ่อนปรนในการชำระ ลดดอกเบี้ย หยุดดอกเบี้ย และมาพิจารณาเพิ่มจำนวนสินเชื่อ เพื่อให้โรงแรมเหล่านั้นได้ผ่านภาวะวิกฤติไปได้ และที่สำคัญรัฐบาลสามารถหามาตรการช่วยโรงแรมทั้งประเทศด้วยการลดภาษีต่าง ๆ เท่าที่จะทำได้
ทางด้าน คุณนพดล อังสโวทัย Owner และผู้บริหารโรงแรม Pattaya Sea View และ M Pattaya Hotel Virgin rooftop เผยมุมมองสะท้อนของนักธุรกิจ ผู้ประกอบการการในการเปิดประเทศว่า... ผู้ประกอบการธุรกิจโดยเฉพาะ ธุรกิจท่องเที่ยว ต่างมีความหวังที่มีการค้ากลับมาเหมือนเดิมเหมือนเช่นก่อนหน้าช่วงการระบาดcovidอยู่แล้ว เพราะเนื่องจากโดนผลกะทบอย่างจังมาไม่ต่ำกว่า2 ปี โดยเชื่อว่าผู้ประกอบการทุกรายต่างให้ความร่วมมือกับทางรัฐในการเข้าร่วมโครงการต่างๆเช่น sha plus , test to go และอื่นๆ ที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยว โดยมีมาตราการควบคุมโรคcovidควบคู่กันไป พร้อมกับ ช่วยออกโปรโมทชั่น หรือ แคมเปญที่โด่ดเด่นเพื่อให้ธุรกิจท่องเที่ยวให้กลับมาอย่างเดิมภายในปี2565
ในส่วนของธุรกิจโรงแรมในการเปิดประเทศคาดว่าผลตอบรับจะมากน้อยขนาดไหน
-ในช่วงการเริ่มต้นของการเปิดประเทศอาจจะไม่เห็นตัวเลขนักท่องเที่ยวอย่างรวดเร็วนักใน2-3 เดือนแรก ถ้าเทียบกับจำนวนโรงแรมที่มีอยู่ในประเทศ แต่เชื่อว่า ภายในไตรมาสที่3-4ของปี2565 การท่องเที่ยว in bound น่าจะกลับมาได้30-40% บ้างในบางตลาดที่มีพร้อมจะเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย
ในมุมมอง ของนักธุรกิจ เคอร์ฟิว อยากให้ผ่อนปรนข้อไหนหรืออยากจะให้ยกเลิก หรือเสนอมุมมองปรับเปลี่ยนไปในมุมไหน
- แน่นอนว่าเคอร์ฟิว คงจะค่อยๆหายไปในจังหวัดที่เป็นพท. หลักของธุรกิจท่องเที่ยวเนื่องจาก คงไม่มีนักท่องเที่ยวอยากเข้ามาในจังหวัดที่ยังมีเคอร์ฟิวอยู่ เชื่อว่าทุกจังหวัดที่เปิดรับนักท่องเที่ยวคงอยากให้เปิดเวลาค้าขายได้ปกติ และ มีมาตราการควบคุมโรคให้ปลอดภัย ไปพร้อมๆกับ การค้าที่สามารถเปิดได้ปกติควบคู่กันไปในช่วงสิ้นปีนี้
อยากสะท้อนมุมมองหรืออยากให้รัฐบาลช่วยเหลือในด้านไหนบ้าง
- ผู้ประกอบการท่องเที่ยว คงอยากจะให้รัฐช่วยทำแคมเปญในกระตุ้น ตลาดหลักๆ ที่เข้ามาท่องเที่ยวในไทยให้กลับมาโดยเร็ว ซึ่งทางรัฐ อาจจะช่วยสนับสนุนเรื่องงบ ของการตรวจRT-PCR , visa fee , ระยะเวลาที่สั้นลงของการยื่นvisa, ภาษีของธุรกิจท่องเที่ยว และอื่นๆ ในช่วงการของการฟื้นฟูการท่องเที่ยวของประเทศในช่วงปี2564-2565
EEC (Eastern Economic Corridor ) เปิดแล้วประเทศแล้วคาดว่าการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจจะเติบโตขึ้นไหม
- แน่นอนครับ eec จะช่วยทำให้ มีเม็ดเงินลงทุนจากคนต่างชาติมากขึ้น, อสังหาริมทรัพย์บริเวณนั้นโตขึ้น, เศรษฐกิจในพื้นที่ มีการจ้างงานทั้งแรงงานคนไทย และ คนต่างด้าวที่มีทักษะความสามารถเข้ามาพัฒนาประเทศมากขึ้น, ที่พักอาศัย, ร้านค้า ร้านอาหาร, logistic และ สนามบินอู่ตะเภาที่จะมีtrafiic เพิ่มมากขึ้น ทำให้ภาคตะวันออกเป็น hubของ เขตอุตสาหกรรมที่น่าสนใจของ ต่างชาติแน่นอน