นพ.โอภาส กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ กรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ยังมีมติดังนี้ (1)ให้ฉีดวัคซีนโควิดใต้ผิวหนังได้ ซึ่งพบว่าได้ผลดี อาการไม่พึงประสงค์น้อยกว่าเพราะใช้วัคซีนปริมาณน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม ให้ฉีดได้ในกรณีที่มีวัคซีนน้อยไม่เพียงพอ (2)แนวทางการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ร่วมกับวัคซีนป้องกันโควิด สามารถฉีดพร้อมกันได้ จากเดิมที่ให้ฉีดห่างกัน 2 สัปดาห์
(3) ให้ฉีดวัคซีนเข็ม 3 ในคนที่ฉีดวัคซีนแอสตราฯ ครบ 2 เข็ม โดยวัคซีนไฟเซอร์ หรือโมเดอร์นา โดยห่างจากเข็ม 2 นาน 6 เดือนขึ้นไป หรือภายใต้ดุลพินิจของแพทย์ (4) การให้วัคซีนกรณีแพ้วัคซีน สามารถเปลี่ยนชนิดวัคซีนตามเกณฑ์แนวทางการให้วัคซีน ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์ ส่วนกรณีมีความจำเป็นอื่นๆ เช่น การเดินทางไปต่างประเทศ ให้พิจารณาตามข้อกำหนดของประเทศปลายทาง