“ปีที่ผ่านมาขายข้าวได้ กก.ละ 6 บาทยังขาดทุน ปีนี้หากราคาข้าวยังตกต่ำเพียง กก.ละ 5 บาท ขาดทุนยับเยินแน่นอน ผลสุดท้ายก็คงต้องยอมผ่อนค่าปุ๋ยเคมี รวมทั้งค้างชำระหนี้และดอกเบี้ย ธกส. เพราะไม่มีเงินที่จะนำไปชำระ จึงอยากเรียกร้องไปยังรัฐบาล ได้เข้ามาแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ อย่างน้อย กก.ละ 8 บาท เพื่อชาวนาที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ จะได้มีกำไรจากการทำนาบ้าง” นายปีกล่าวในที่สุด
ด้านนายธนาพล ธรรมโนขจิต ผู้จัดกลางตลาดกลางข้าวและพืชไร่ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ปัจจุบันการรับซื้อข้าวเปลือกส่วนมากจะเป็นข้าวเปลือกเหนียว กข. 22 ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์สำหรับเพาะปลูกนาปรัง หรือข้าวฤดูแล้ง โดยข้าวเกี่ยวสดรับซื้อ กก.ละ 5.50 - 6 บาท ตากแห้ง กก. 7.80 - 8 บาท ส่วนราคาข้าวเปลือกเจ้า กข. 15 เกี่ยวสดรับซื้อ กก.ละ 8 -8.50 บาท ตากแห้ง กก.ละ 10.50 -11 บาท ซึ่งราคารับซื้อผลผลิตข้าวทั้ง 2 ชนิดจึงอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างต่ำ ตามคุณภาพข้าว ซึ่งปัจจุบันข้าวทั้ง 2 ชนิดเกษตรกรใกล้จะนำมาขายหมดแล้ว
สำหรับข้าวนาปี ทั้งข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิ 105 กข. และข้าวเปลือกนาปีเหนียว กข 6. ผลผลิตยังไม่เก็บเกี่ยว คาดว่าเกษตรกรจะเริ่มเก็บเกี่ยวและนำข้าวมาขายประมาณกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ ส่วนราคารับซื้อนั้นยังไม่มีการเปิดเผยออกมา แต่คาดว่าราคาจะถูกลดลงอีกกว่าปีที่ผ่านมาตันละ 1,000 บาท อย่างไรก็ตามอยากแนะนำให้เกษตรกรก่อนเก็บเกี่ยวให้ตัดข้าวปลอมปนออก และควรตากให้แห้งก่อนค่อยนำมาขาย จึงจะมีคุณภาพและมีราคาสูงขึ้น อีกทั้งในช่วงนี้ราคาข้าวต่ำ เกษตรกรควรที่จะชะลอการขายออกไปก่อน รอให้ราคาข้าวปรับสูงขึ้นแล้วจึงนำมาขาย และต้องหาสถานที่ตากให้แห้ง
ขณะที่นายศิริพงษ์ วิวัฒน์เกษมชัย พาณิชย์ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลมีโครงการประกันรายได้ราคาเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต2564/2565 โดยได้ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและชดเชยส่วนต่างข้าวแต่ละชนิดดังนี้ ข้าวเปลือกหอมมะลิ 10,864.23บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 4,135.77 บาท, ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ 10,407.75 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 3,595.25 บาท, ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี 9,947.87 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 1,052.13 บาท,ข้าวเปลือกเจ้า 8,065.87บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 1,934.62 บาท และข้าวเปลือกเหนียว 7,662.53 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 4,337.47 บาท
สำหรับการโอนเงินส่วนต่างงวดแรกตามโครงการ ธ.ก.ส.จะดำเนินการได้ภายหลังจาก ครม.ได้รับทราบผลการหารือเกี่ยวกับอัตราต้นทุนเงินของ ธ.ก.ส.ระหว่างกระทรวงพาณิชย์ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และธ.ก.ส.ตามมติครม.เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2564 ซึ่งกรมการค้าภายในได้จัดให้มีการหารือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะได้นำเสนอเข้าสู่การประชุมครม.เพื่อทราบภายในสัปดาห์หน้า
ภาพ/ข่าว : จักรพงษ์ ระวิวรรณ