ส่วนครั้งที่สาม เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2564 ที่อ่างเก็บน้ำอ่างแม่มาน ต.หัวฝาย อ.สูงเม่น จ.แพร่ เป็นการรุมสกรัม ด.ญ.มิ้น(นามสมมุติ) ด้วยกลุ่มวัยรุ่นกว่า 30 คน แล้วกล่าวหาตนเองเป็นหัวหน้าแก๊งของกลุ่มวัยรุ่นที่รุมทำร้าย ทำให้ตนเองได้รับความเสียหายและถูกดูหมิ่นเกลียดชัง จนผู้รับทราบข่าวที่ไม่เป็นความจริงได้โพสต์ในโลกสังคมออนไลน์ว่าจะมาดักทำร้ายตนเองบ้าง จะฆ่าบ้าง และมีการตั้งค่าหัวให้รางวัลกับผู้ที่ทำร้ายตนคนละ 500 บาท ทั้งๆที่กลุ่มผู้ที่รุมสกรัม ตนเองไม่รู้จักว่าเป็นใครที่ไหน แต่พอเห็นถูกทำร้ายจึงเข้าไปช่วยเหลือเพราะว่าวันนั้นก็ไปเที่ยวที่อ่างเก็บน้ำแม่มานเหมือนกัน
นายไพรัช กล่าวว่า ความเป็นจริงการชกต่อยของ ด.ญ.มิ้น (นามสมมุติ)ในวันที่ 25 ตุลาคม 2564 และการถูกรุมสกรัมในวันที่ 29 ตุลาคม 2564 ตนเองเป็นผู้เตือนผู้ที่ทำร้าย ด.ญ.มิ้น (นามสมมุติ)ว่า อย่าทำร้ายไม่งั้นเจอดี การเข้าไปช่วยเหลืออาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าตนเองเป็นหัวหน้าแก็งกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว วันนี้จึงได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์และแสดงความเป็นผู้บริสุทธิ์ของตนเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนเจ้าหน้าตำรวจได้ติดตามเฝ้าระวังความปลอดภัยของนายไพรัช เพราะว่าอาจจะเกิดความเข้าใจผิดของผู้คนในสังคม ขณะที่ปัญหาวัยรุ่นชกต่อยกันคราวนี้เป็นภาพสะท้อนถึงสังคมที่ขาดความใส่ใจในเยาชนของสังคมให้ดีพอ จนทำให้เกิดพฤติการณ์ของเด็กวัยรุ่นที่นัดกันมาชกต่อยกันและถูกเผยแพร่ไปในโลกสังคมออนไลน์
โดย สุภัทร แสงดอก / แพร่