เชียงใหม่ - เกษตรกรผู้ปลูกลำไย 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน นัดรวมตัวยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ พร้อมกัน ขอให้รัฐบาลช่วยเยียวยาเกษตรกรไร่ละ 2,000 บาท หลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อวรัสโควิด-19 ทำราคาตกต่ำ ขาดแคลนแรงงาน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

     เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 26 ตุลาคม 2564 เกษตรกรผู้ปลูกลำไยจังหวัดเชียงใหม่ นำโดยสภาอาชีพเกษตรกร (สอก.) จังหวัดเชียงใหม่ ได้นัดรวมตัวเพื่อยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอให้รัฐบาลพิจารณาเยียวยาเกษตรกรผู้ปลูกลำไยในฤดูกาฃผลิตปี 2564 ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยการยื่นหนังสือครั้งนี้ สภาอาชีพเกษตรกร ได้มีการนัดหมายกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกลำไยในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เพื่อยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 8 จังหวัดพร้อมกันในเวลา 09.00 น. โดยมีนายชัชวาลย์ ฉายะบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มารับหนังสือ พร้อมรับปากจะช่วยดำเนินการส่งเรื่องเข้าไป เพื่อให้รัฐบาลพิจารณา

เกษตรกรลำไยขอรัฐเยียวยาไร่ละ2,000 บาท

     นายสง่า มังคละ เลขาธิการสภาอาชีพเกษตรกร (สอก.) จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า การเข้ามายื่นหนังสือในครั้งนี้ เพื่อต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือกลุ่มผู้ปลูกลำไยที่ได้รับการเดือดร้อนจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยได้มีการนัดหมายให้แต่ละจังหวัดในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา ลำปาง แพร่ น่าน และแม่ฮ่องสอน ส่งตัวแทนเข้าไปยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดพร้อมกัน

      สำหรับพื้นที่ปลูกลำไยในเขตพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน มีจำนวน 1,202,400 ไร่ จำนวนผลผลิต 1,238,000 ตัน มีเกษตรกรจำนวน 250,000 ครอบครัว ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ราคาลำไยตกต่ำ ขาดแคลนแรงงาน กลไกตลลาดมีปัญหา โดยเฉพาะเรื่องการส่งออกลำไยไปต่างประเทศ ทำให้เกษตรกรขาดทุนมีภาระหนี้สิ้น ไม่มีเงินทุนในการผลิตลำไยคุณภาพในรอบผลิตปี 2565 ที่กำลังจะมาถึง จึงขอให้ภาครัฐพิจารณาเยียวยาไร่ละ 2,000 บาท รายละไม่เกิน 25 ไร่ เหมือนปีที่ผ่านมา

เกษตรกรลำไยขอรัฐเยียวยาไร่ละ2,000 บาท

     สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ เกษตรกรผู้ปลูกลำไยที่เป็นสมาชิกสภาอาชีพเกษตรกร มีอยู่ประมาณ 80,000 คอบครัว มีพื้นที่ปลูกรวมประมาณกว่า 100,000 ไร่ ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ราคาลำไยตกต่ำมาก ต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 23 บาทต่อกิโลกรัม แต่จำหน่ายได้เพียง 8 บาท, 5 บาท, 3 บาท ต่อกิโลกรัมเท่านั้น บางส่วนที่ตกเกรด เกษตรกรต้องทิ้ง เพราะไม่สามารถจำหน่ายได้

     นอกจากนั้นยังประสบปัญหาเรื่องการเก็บเกี่ยวผลผลิตไม่ทัน เนื่องจากขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากมีมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด การนำแรงงานเข้าไปเก็บผลผลิตต้องทำตามมาตรการการป้องกันอย่างเคร่งครัด โดยต้องได้รับอนุญาตจากฝ่ายปกครอง ประกอบกับการส่งออกสินค้าที่เคยมีพ่อค้าจากจีนเข้ามารับซื้อ ในปีนี้ไม่มีการเข้ามารับซื้อน้อยมาก ขณะที่ราคาปุ๋ยที่ต้องใช้บำรุงต้นลำไย ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ไม่มีทุนในการต่อยอดผลิตลำไยในปี 2565

เกษตรกรลำไยขอรัฐเยียวยาไร่ละ2,000 บาท

     อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา เกษตรกรผู้ปลูกลำไย จะผลิตลำไยคุณภาพที่ส่งออกไปจีนและอินโดนีเซีย บางส่วนนำเข้าโรงอบเพื่อทำลำไยอบแห้ง ในปีนี้เกษตรกรส่งออกไปต่างประเทศเพียงร้อยละ 20 และจำหน่ายภายในประเทศประมาณร้อยละ 10 ร้อยละ 70 ต้องทิ้งไป