​รัฐบาล เตือนบริโภคพืชกระท่อมด้วยความระมัดระวัง เผย อย.อยู่ระหว่างออกประกาศกำหนดให้นำไปเป็นส่วนประกอบอาหารได้

23 ตุลาคม 2564 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากที่มีการแก้ไขพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8 ) และกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศถอดพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษประเภท 5 มีผลให้ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. 64 เป็นต้นมา การครอบครองและการขายใบสดพืชกระท่อมโดยไม่ได้ปรุงหรือทำเป็นอาหารสามารถทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ทำให้ปรากฎว่าขณะนี้มีการวางขายพืชกระท่อมอย่างแพร่หลายและมีประชาชนซื้อใบสดพืชกระท่อมไปรับประทานอย่างกว้างขวาง

รัฐบาล เตือนบริโภคพืชกระท่อมด้วยความระมัดระวัง

อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ได้มีข้อห่วงใยเกี่ยวกับปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นและขอให้ประชาชนระมัดระวังในการบริโภคด้วย เพราะแม้กระท่อมเป็นพืชที่มีคุณประโยชน์และสรรพคุณที่หลากหลาย แต่ต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้บริโภค โดยเฉพาะกรณีว่าร่างกายของคนเราไม่สามารถย่อยก้านและใบกระท่อมได้ การบริโภคก้านใบกระท่อมในปริมาณมากอาจทำให้เกิดการอุดตันในลำไส้ที่เรียกว่า “ภาวะถุงท่อม” ขอให้บริโภคด้วยความระมัดระวัง และสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากมีภาวะผิดปกติ ต้องรีบไปพบแพทย์

 

ส่วนกรณีที่จะนำไปปรุงเป็นน้ำต้มกระท่อม ชากระท่อม ขณะนี้ยังไม่สามารถทำได้อย่างเสรี ยังจัดเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ต้องขออนุญาตจาก อย. ตาม พ.ร.บ.ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 ขณะที่การนำมาปรุงประกอบอาหารก็ยังไม่สามารถทำได้เสรีเช่นกัน แต่ในส่วนนี้ อย. อยู่ระหว่างจัดทำประกาศกระทรวงสาธารณสุข ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 424) พ.ศ. 2564 เรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย (ลำดับที่ 52 กระท่อม) เพื่อให้การใช้ส่วนของพืชกระท่อมและสารสกัด สามารถเป็นส่วนประกอบในอาหารได้ ซึ่งเมื่อมีผลบังคับใช้แล้วจะได้ประกาศให้ประชาชนทราบต่อไป

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค อย. ยังได้กำหนดให้ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของกระท่อมต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยของอาหาร และส่งมอบฉลากให้ อย.ตรวจอนุมัติก่อนนำไปใช้ ตามเงื่อนไขของประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 376) พ.ศ. 2559 เรื่อง อาหารใหม่ (Novel food) ด้วย

รัฐบาล เตือนบริโภคพืชกระท่อมด้วยความระมัดระวัง