ชาวเมืองเมลเบิร์นในออสเตรเลียออกนอกบ้านไปใช้บริการตามผับ ร้านอาหารและร้านตัดผมตั้งแต่เช้ามืดวันนี้ หลังจากสิ้นสุดมาตรการล็อกดาวน์รอบ 6 ที่ทำให้เป็นเมืองที่ถูกล็อกดาวน์นานที่สุดในโลก

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ประชาชนในเมลเบิร์นพากันปรบมือและส่งเสียงเชียร์จากระเบียงบ้าน และรถยนต์บีบแตรในช่วงเวลาข้ามคืนตั้งแต่ 23.59 น.ของวันพฤหัสบดีเพื่อเข้าสู่เช้าวันใหม่ภายใต้เสรีภาพใหม่ หลังจากครบกำหนดเวลาบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์รอบล่าสุดที่เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนส.ค. เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์เดลตา

 

นอกจากนี้กิจการหลายแห่ง รวมถึง ร้านอาหาร และร้านตัดผม เปิดบริการเร็วขึ้นกว่าปกติในวันนี้เพื่อรองรับลูกค้าที่ออกมาเฉลิมฉลองการผ่อนคลายข้อบังคับมากขึ้น โดยร้านอาหารและคาเฟ่สามารถให้ลูกค้านั่งในร้านได้ 20 คน และนั่งนอกร้าน 50 คน ซึ่งลูกค้าทุกคนต้องฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบโดส และประชาชนสามารถรวมตัวสังสรรค์ที่บ้านได้ 10 คน ยกเลิกข้อห้ามออกนอกบ้านไกลเกิน 15 กม. และยกเลิกเคอร์ฟิวเวลา 3 ทุ่ม-6 โมงเช้าตามเวลาท้องถิ่น แต่ยังบังคับสวมหน้ากากต่อไป

 

เมลเบิร์นใช้ชีวิตอิสระขึ้น หลังสิ้นสุดล็อกดาวน์รอบ 6

 

เมลเบิร์น ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของออสเตรเลียต้องเข้าสู่การล็อกดาวน์รวม 6 รอบไม่ต่อเนื่องกันนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2563 ทำให้เป็นเมืองที่อยู่ภายใต้การล็อกดาวน์รวมสะสม 262 วันนานที่สุดในโลก แซงหน้ากรุงบัวโนสไอเรสของอาร์เจนตินา ที่่อยู่ภายใต้การล็อกดาวน์ติดต่อกันนาน 234 วันในปีที่แล้ว

 

เมลเบิร์นใช้ชีวิตอิสระขึ้น หลังสิ้นสุดล็อกดาวน์รอบ 6

 

 

การเปิดกิจการต่างๆในเมลเบิร์น เมืองเอกของรัฐวิกตอเรียมีขึ้นเพียงไม่ถึง 2 สัปดาห์ หลังจากนครซิดนีย์ เมืองเอกของรัฐนิวเซาท์เวลส์ยกเลิกล็อกดาวน์แล้ว

 

และนับจากวันที่ 1 พ.ย.นี้ ผู้เดินทางจากต่างประเทศที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วสามารถเข้าซิดนีย์และเมลเบิร์นได้โดยไม่ต้องกักตัว

 

เมลเบิร์นใช้ชีวิตอิสระขึ้น หลังสิ้นสุดล็อกดาวน์รอบ 6