บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ BEM ทำหนังสือถึง กทพ. เพื่อขอให้พิจารณามาตรการเยียวยาช่วยเหลือหลังรายได้ทางด่วนลดจากผลกระทบโควิด

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

BEM ขอรับ ‘เยียวยา‘ โควิดฉุดรายได้ทางด่วน

รายงานข่าวแจ้งว่า บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ BEM ได้ทำหนังสือ 3 ฉบับ ถึงผู้ว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เพื่อขอให้พิจารณาเยียวยาผลกระทบรายได้ค่าผ่านทางด่วน 3 เส้นทางท่ีปรับลดลงจากสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยรัฐบาลได้มีมาตรการเพื่อสกัดการแพร่ระบาดโควิด 19 ทำให้มีประชาชนเดินทางลดลงส่งผลกระทบต่อการใช้บริการทางด่วน

BEM ขอรับ ‘เยียวยา‘ โควิดฉุดรายได้ทางด่วน

ทั้งนี้  BEM ได้ส่งมาถึงกทพ. ล่าสุดเมื่อเดือนก.ค. 2564 ในหนังสือได้อ้างถึงปริมาณการจราจรของผู้ใช้ทางด่วนที่ลดลงตั้งแต่ปี 2562-2564  ได้แก่ ทางด่วนขั้นที่ 2 ทางด่วนศรีรัช รวมถึงส่วนดี ทางด่วนบางปะอัน-ปากเกร็ด ที่ก่อนหน้านี้กทพ.ได้ขยายสัญญาสัมปทานให้กับ BEM ระยะเวลา 15 ปี 8 เดือน เพื่อแลกกับยุติข้อพิพาท 17 คดีที่ยังไม่ได้ข้อสรุป ไปเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2563 โดยเงื่อนไขการเจรจาขณะนั้น ทางกทพ.และ BEM ตกลงว่าจะไม่มีการเรียกร้องจนนำไปสู่ข้อพิพาท หรือคดีฟ้องร้องเกิดขึ้นระหว่างกันอีก และทางด่วนศรีรัช วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสัญญาทางด่วนที่ BEM ดูแล 100%

BEM ขอรับ ‘เยียวยา‘ โควิดฉุดรายได้ทางด่วน

BEM ขอรับ ‘เยียวยา‘ โควิดฉุดรายได้ทางด่วน

BEM ขอรับ ‘เยียวยา‘ โควิดฉุดรายได้ทางด่วน

BEM ขอรับ ‘เยียวยา‘ โควิดฉุดรายได้ทางด่วน

สำหรับหนังสือที่ส่งมาล่าสุด ระบุเรื่องการแจ้งผลกระทบจากการระบาดของโรคไวรัสโควิด 19 ว่าสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด 19 เป็นเหตุสุดวิสัย ซึ่งส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนเป็นวงกว้าง และรัฐบาลได้ประกาศในกฎกระทรวงต่างๆเพื่อเยียวยาประชาชน และภาคธุรกิจท่ีได้รับผลกระทบ ในส่วนของบริษัทฯซึ่งดำเนินธุรกิจด้านคมนาคมขนส่งได้รับผลกระทบจากปริมาณจราจรบนทางพิเศษ ซึ่งปัจจุบันเหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่มีที่สิ้นสุด บริษัทฯอยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้น และจะแจ้งให้กทพ.ทราบและหารือร่วมกัน เพื่อบรรลุมาตรการช่วยเหลือเยียวยาเหตุสุดวิสัยนี้ต่อไป

BEM ขอรับ ‘เยียวยา‘ โควิดฉุดรายได้ทางด่วน

ก่อนหน้านี้ BEM ได้เคยส่งหนังสือเพื่อขอเยียวยามาให้กทพ. แล้วเมื่อช่วงเดือนเม.ย. 2563 ได้แจ้งผลกระทบตั้งแต่วันที่ 1-14 เม.ย. 2563โดยรายได้ค่าผ่านทางพิเศษเฉลิมมหานครและทางพิเศษศรีรัช อยู่ที่ 116 ล้านบาท ลดลง 56% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด รายได้เหลือ 21.48 ล้านบาท ลดลง 57% และทางสายทางศรีรัช วงแหวนรอบนอก รายได้เหลือ 15.41 ล้านบาท ลดลง 61%

อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาการหารือระหว่างผู้ว่ากทพ.กับ BEM ในสัปดาห์หน้า เพื่อขอให้ BEM ชะลอการปรับขึ้นค่าผ่านทางด่วนศรีรัช วงแหวนรอบนอก จะมีนำมาตรการเยียวยามาหารือ เพื่อแลกกับการปรับขึ้นค่าผ่านทางหรือไม่ แต่หากไม่ให้มีการปรับขึ้นราคา อาจทำให้ BEM ฟ้องเรียกค่าเสียหายกทพ.ขึ้นมาได้อีก