นายวัชริศ เห็นว่าเป็นถึงนายทหาร และภรรยา ก็สนิทกันเพราะเคยพาลูกไปเล่นในค่ายหลายครั้ง แต่หลังจากจ่ายเงินดาวน์และชำระค่างวดได้เพียง 2 งวดแรก นายทหารคนดังกล่าว ก็ไม่ยอมจ่ายค่างวดอีกเลย ทำให้ทางไฟแนนซ์มาติดตามทวงถามกับตนเอง ในฐานะมีชื่อเป็นผู้เช่าซื้อรถ ซึ่งตนก็พยายามโทรศัพท์ติดต่อไปยังนายทหารกับภรรยา แต่ก็ไม่รับสาย จึงตามไปที่บ้านพักในค่ายทหารที่จ.บุรีรัมย์ แต่นายทหารคนดังกล่าวได้ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่ จ.ชลบุรี แล้ว ก็พยายามโทรไปสอบถามที่ค่ายทหาร จ.ชลบุรี และส่งข้อความทางไลน์ไปถาม แต่นายทหารคนดังกล่าวก็บ่ายเบี่ยงไปเรื่อย กระทั่งระยะหลังไม่สามารถติดต่อได้อีก จึงตัดสินใจนำหลักฐานเข้าแจ้งความที่ สภ.เมือง และร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ติดต่อให้นายทหารคนดังกล่าวมาเจรจาไกล่เกลี่ยกัน แต่กลับไม่ยอมมาตามนัด ทั้งยังเชิดรถจักรยานยนต์หายไปจนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 7 ปีแล้ว ทำให้ถูกไฟแนนซ์ตามทวงถามเงินค่างวดที่ค้างชำระรวมทั้งต้นและดอกเบี้ยเป็นเงินกว่า 70,000 บาท สร้างความเดือดร้อนเป็นอย่างมากเพราะไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาจ่าย เนื่องจากไม่ได้ขับรถสองแถวเหมือนเมื่อก่อน ปัจจุบันมีรายได้แค่จากการรับจ้างทั่วไปวันละ 200 – 300 บาท บางวันไม่มีใครจ้างก็ไม่มีรายได้ ซ้ำยังต้องดูแลภรรยาและลูกอีก 3 คน