นายศรัณย์วุฒิ บอกว่า จากกันด้วยดี ไม่ได้มีปัญหากับพรรค ไม่ได้มีปัญหากับส.ส. แต่มีปัญหากับปีศาจร้ายในห้องแอร์ ผมเจ็บปวดมากที่พรรคเพื่อไทย ยอมปล่อยให้อสูรกายร้ายขับผมออกจากพรรค ทั้งที่ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ท่านตั้งข้อหากบฎ เป็นปฏิปักษ์ทำลายชื่อเสียงพรรค ทั้งที่ผมไม่เคยทำ ผมจากไปครั้งนี้ด้วยความเจ็บปวดมาก ผมร่วมทุกข์ร่วมสุข มาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย ท่านทักษิณ คุณหญิงพจมาน ผมเคารพรักท่านมาก และจะเคารพรักตลอดไป
ขอปีศาจในห้องแอร์ อย่าทำร้ายผู้ใหญ่สองท่าน และอย่าทำร้ายพรรค ซึ่งไม่ว่าจะต่อสู้อะไร พวกนี้ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตน และพวกพ้องทั้งสิ้น ผมสงสารท่านทักษิณ ท่านควรจะกลับไทยได้นานแล้ว แต่พวกปีศาจไปทำการเมืองที่ไม่ควรทำ ทำให้กระทบท่านทักษิณ เพราะหากท่านทักษิณ กลับมาไม่ได้ คนเหล่านี้จะยังทำอะไรตามอำเภอใจได้ มีอำนาจมากมาย และขอเตือน ส.ส.เขต พรรคเพื่อไทย ว่าบัตรเลือกตั้งสองใบ ส.ส.เขตจะสอบตกระนาว ส่วนส.ส.บัญชีรายชื่อ จะได้มาก
พวกปีศาจชุบมือเปิบ เพื่อนๆ ต้องเอาตัวให้รอด ไม่เช่นนั้นพวกท่านจะสอบตก แต่ปีศาจจะเดินเข้าสภาอย่างสง่างาม เดินเข้ามากันเป็นฝูงเลย นายทุนเข้ามาอุดมการณ์พรรคเพื่อไทยก็ต่างออกไป ผมต้องขอบคุณที่เพื่อนส.ส.ให้กำลังใจผม และอยากบอกทุกคนในพรรคเพื่อไทย ตราบชั่วชีวันศรัณย์วุฒิ ไม่ลืม
ถามว่าปีศาจร้ายคือคนกลุ่มไหน ใช่กรรมการบริหารพรรคหรือไม่ นายศรัณย์วุฒิ กล่าวว่า บางคนเป็น บางคนไม่เป็น แต่ตัวย่อ คือ พ ช่วงที่ยึดอำนาจหนีไปอยู่กับชัยฟันเหล็ก ที่มาเก๊า เป็นตัวแทนนายทุน ใช้อำนาจกดขี่ ที่เจ็บปวดคือคนในพรรคก็ทำตัวเป็นลิ่วล้อ
อย่างไรก็ตาม ตนคงไม่ดำเนินการฟ้องร้องพรรคเพื่อไทย เพราะตนร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพรรคนี้มา ตนไม่ได้ต้อสู้กับพรรค หรือท่านทักษิณ ตนรักเคารพทุกคน
มีคนสงสัยว่าจะไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ เพราะเห็นไปร่วมสวดพระอภิธรรมศพมารดา ของนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งตนเคยอยู่ร่วมกับนายวิรัช ตั้งแต่พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ด้วยกัน เป็นศิษย์ก้นกุฏิเดียวกัน แต่มีไอโอใส่ร้ายว่าจะไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ วันนี้จึงขอประกาศว่าจะอยู่กับฝ่ายประชาธิปไตย ต่อสู้กับเผด็จการมาขนาดนี้จะไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐได้
พรรคที่จะไปอยู่ ไม่ไปอยู่กับเผด็จการ วันนี้ทั้งสองขั้วเกือบทุกพรรคต้องการตัวศรัณย์วุฒิ กันหมด แต่การตัดสินใจผมจะฟังเสียงของประชาชน โดยเฉพาะเสียงของคนอุตรดิตถ์ที่เลือกมา เขาแนะนำให้อยู่กับฝั่งประชาธิปไตย จึงจะฟังเสียงส่วนใหญ่ จะเลือกพรรคที่ให้เอกสิทธิ์ในการอภิปราย และสามารถต่อสู้กับเผด็จการได้ โดยไม่ต้องระแวงหลัง
ตอนนี้พรรคที่อยู่ในการเจรจากับผม คือ พรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังธรรมใหม่ และพรรคพลังปวงชนไทย ซึ่งภายใน 2 สัปดาห์นี้ จะมีการประกาศชัดว่าจะไปร่วมงานกับพรรคไหน ซึ่งจะทันกำหนดระยะเวลา 30 วันอย่างแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากนายศรัณย์วุฒิ แถลงข่าวเสร็จสิ้น นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ได้เดินเข้าไปจับมือ และโอบกอด
นพ.ระวี แถลงว่า นายศรัณย์วุฒิ ไม่ได้มาในฐานะงูเห่า แต่มาในฐานะส.ส.ของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ที่ส.ส.ต้องมีเอกสิทธิ์ในการลงมติ โดยยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่ยึดผลประโยชน์ของพรรค ซึ่งเป็นหลักการที่สำคัญที่สุด การที่นายศรัณย์วุฒิ มาอยู่พรรคเรา ทุกคนทราบอยู่แล้วว่าพรรคนี้ไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว จึงอยากชี้แจงให้ทราบว่านายศรัณย์วุฒิเข้ามาด้วยอุดมการณ์ ที่จะมาสร้างพรรคที่ดีที่สุดให้กับประเทศ ไม่ได้มาด้วยสินจ้างเงินซื้อตัวใดๆ ทั้งสิ้น