รองหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ชี้ น้ำท่วมทำความหวังชาวนา อ.ชุมแสง พังทลาย แนะรัฐบาล เร่งเยียวยาไร่ละ 8,000 ซ่อมบ้านรายละไม่เกินแสน

น.ส.ภคอร จันทรคณา รองหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวถึงการลงพื้นที่ของพรรคฯ ในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่เกิดอุทกภัยว่า พรรคไทยศรีวิไลย์ ได้ลงพื้นที่ในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมและเสนอแนะต่อรัฐบาลในการช่วยเหลือเยียวยามาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวานนี้ (12 ตุลาคม) ทางพรรคฯ นำโดย นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคฯ คณะกรรมการบริหารพรรค และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครสวรรค์ ของพรรคฯ ลงพื้นที่ ม.13,14 ต.บางเคียน อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ โดยมอบข้าวเหนียวหมูทอด-น้ำเปล่า-หน้ากากอนามัย 300 ชุด ให้กับผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่เกษตรกรรม มีการปลูกข้าวเป็นหลัก ทั้งนี้ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ประชาชนในพื้นที่ต่างมีความหวังว่า เมื่อข้าวออกรวงแล้ว ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวและนำเงินที่ได้จากการขายข้าวมาใช้จ่ายในช่วงสถานการณ์ที่ไวรัสโควิด - 19 ระบาดอย่างต่อเนื่อง แต่สุดท้าย ความหวังก็พังทลายเพราะเกิดน้ำท่วม ซึ่งจากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ พบว่าน้ำท่วมสูงตั้งแต่ 1-3 เมตร นานกว่า 1 เดือน น้ำยังไม่ลดมีประชาชนเดือดร้อนประมาณ 600 กว่าครัวเรือน พื้นที่ความเสียหายราวๆ 9,700 ไร่ และยังเกิดภาวะดินเค็มอีกด้วย 

รองหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ชี้ น้ำท่วมทำความหวังชาวนาพังทลาย

น.ส.ภคอร กล่าวอีกว่า ตนทราบมาว่างบประมาณปี 2565 ทางรัฐบาลจะชดเชยปกติจากเหตุน้ำท่วมมาประมาณ พื้นที่ปลูกข้าว ไร่ละประมาณ 1,340 บาท ทั้งที่ดินโฉนดและ พื้นที่ สปก. อีกทั้งมีหลายพื้นที่ที่เกษตรกรต้องเช่าที่ดินทำกินอยู่ ดังนั้นข้อเสนอแนะพรรคไทยศรีวิไลย์ต่อรัฐบาลในการเยียวยาพี่น้องเกษตรกร ใน ต.บางเคียน อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ และในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมขังนานในจังหวัดอื่น ๆ ดังนี้ คือ ดำเนินการชดเชยเยียวยาไร่นาที่เสียหาย ไร่ละ 8,000 บาท ไม่จำกัดไร่ และดูแลซ่อมบ้านเรือนให้ประชาชนหลังละ 10,000-100,000 บาท ตามความเป็นจริง หรือหากบ้านไหนมีสภาพที่เสียหายเกินกว่าจะซ่อมแซมได้ ทางภาครัฐก็ต้องเป็นแกนหลักในการชักชวนให้ภาคเอกชนและประชาชนดำเนินการสร้างบ้านให้ใหม่ โดยอาจจะใช้มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับผู้บริจาคเงินเพื่อใช้ในการสร้างบ้านให้กับผู้ประสบอุทกภัยด้วย