ในหลวงรัชกาลที่ ๙ กับเรื่องราว “พระมหากษัตริย์นักออม” ในวันนี้ ขอน้อมนำ ๘ แนวคิดเรื่องการออม เพื่อร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์ท่านอีกครั้ง ในวาระครบรอบ ๕ ปีที่พระองค์จากไป ด้วยเชื่อว่า ธ ทรงสถิตในดวงใจคนไทยตลอดมา #ในหลวงร๙ในความทรงจำ

๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๔

เป็นวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 

 

ขอน้อมนำพระราชกระแสหลักการออมเงินง่ายๆ เพื่อเจริญรอยตาม #ในหลวงรัชกาลที่๙ นำมาให้แฟนข่าวและคนไทยทุกคนได้อ่านได้ลองศึกษาและน้อมนำไปปรับใช้เพื่อสร้างเสริมวินัยการออม

 

“การใช้จ่ายอย่างประหยัดนั้น จะเป็นหลักประกันความสมบูรณ์พูนสุขของผู้ประหยัดเอง และครอบครัวช่วยป้องกันความขาดแคลนในวันข้างหน้า การประหยัดดังกล่าวนี้จะมีผลดีไม่เฉพาะแก่ผู้ที่ประหยัดเท่านั้น ยังเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติด้วย”

 

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๓๑  ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๒

 

ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระองค์ทรงเป็นต้นแบบของ “พระมหากษัตริย์นักออม” ทรงแสดงให้เห็นถึงความประหยัด เรียบง่าย และพอเพียง ซึ่งเป็นสิ่งที่พสกนิกรชาวไทยสามารถน้อมนำแนวคิดมาปฏิบัติตาม ซึ่งเป็นพระราชจริยวัตรที่พระองค์ทรงปฏิบัติให้เห็นเป็นแบบอย่างเป็นประจำเสมอมา

 

แนวคิดง่าย ๆ ที่ทุกคนนำไปประยุกต์ใช้ได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและครอบครัว ดังพระราชดำรัสที่ว่า

“การประหยัดอดออม เป็นรากฐานในการสร้างตัว สร้างฐานะบุคคล ตลอดจนความเจริญมั่นคงของสังคมและชาติบ้านเมือง”

พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๙

 

ในหลวงร.๙ “พระมหากษัตริย์นักออม” กับ ๘ แนวคิดเรื่องการออม 

๑. ปลูกฝังการออมตั้งแต่เด็ก

ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงได้รับการปลูกฝังเรื่องการออมเงินจากสมเด็จย่า ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ โดยทรงได้รับเงินค่าขนมเพียงสัปดาห์ละครั้ง เพื่อให้รู้จักการบริหารเงินด้วยตนเอง ไม่ใช้เงินฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น

ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระมหากษัตริย์นักออม

 

๒. รู้จักออมเงิน

เมื่ออยากได้อะไรก็ให้เก็บเงินซื้อด้วยพระองค์เอง  ครั้งที่พระองค์ทรงเรียนหนังสืออยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ ได้กราบทูลสมเด็จย่าว่าอยากได้จักรยาน เพราะเพื่อนๆ คนอื่นมีจักรยานกันหมดแล้ว สมเด็จย่ารับสั่งตอบว่า “ลูกอยากได้ ลูกก็ต้องเก็บสตางค์ที่แม่ให้ไปกินที่โรงเรียนไว้สิ หยอดกระป๋องวันละเหรียญสองเหรียญ ได้มากค่อยเอาไปซื้อ" และเมื่อถึงวันขึ้นปีใหม่ สมเด็จย่าก็ทรงสมทบเงินเพิ่มให้ไปอีกก้อนหนึ่งเพื่อนำไปซื้อจักรยาน ซึ่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ พระองค์ท่านก็ได้ทรงปั่นจักรยานแทนการประทับรถยนต์พระที่นั่งไปโรงเรียนด้วยพระองค์เองด้วย อันเป็นหนึ่งในต้นแบบแนวทางการประหยัดพลังงานในเวลาวิกฤต

 

ครั้งพระชนมายุเพียง ๘ พรรษา ก็ทรงซื้อกล้องถ่ายรูป ด้วยเงินสะสมส่วนพระองค์ และเมื่อพระชนมายุ ๑๐ พรรษา ทรงนำเงินที่เก็บออมไว้ซื้อเครื่องดนตรีชิ้นแรก คือ "คลาริเน็ต"

 

ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระมหากษัตริย์นักออม

๓.ออมเงินด้วยบัญชีเงินฝาก

ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงเก็บออมเงินด้วยบัญชีเงินฝากกับธนาคารเสมอมา ตามคำสอนของสมเด็จย่า โดยจะมีสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารออมสินส่วนพระองค์ ซึ่งมีเงินฝากเข้าเป็นประจำทุกๆ ปี ทั้งนี้พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับการออมเงินเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงกำชับให้พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เห็นคุณค่าของการออมด้วยการให้เปิดบัญชีกับธนาคารออมสิน

 

"ถ้าเราสะสมเงินให้มาก เราก็สามารถที่จะใช้ดอกเบี้ย ใช้เงินที่เป็นดอกเบี้ยโดยไม่แตะต้องทุน แต่ถ้าเราใช้มากเกินไปหรือเราไม่ระวัง เรากินเข้าไปเป็นทุน ทุนมันก็น้อยลง ๆ จนหมด"....พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๑๘

ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระมหากษัตริย์นักออม

ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระมหากษัตริย์นักออม

 

๔. ประหยัด ใช้ของอย่างรู้คุณค่า

พระองค์ทรงเป็นต้นแบบของการประหยัด มัธยัสถ์ ครั้งหนึ่งสมเด็จย่ามีพระดำรัสว่า “ในสวนจิตรเนี่ย คนที่ประหยัดที่สุดคือ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประหยัดที่สุดทั้งน้ำ ทั้งไฟ เรื่องฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยไม่มี”

ไม่ว่าจะเป็นการใช้ฉลองพระองค์ชุดเดิมมาเป็นเวลาหลายปี หากมีการชำรุดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะโปรดให้ซ่อมแซม ปะ ชุน เปลี่ยนยางยืด ดินสอทรงงาน ที่พระองค์ทรงเบิกใช้เพียงปีละ ๑๒ แท่ง ทรงใช้จนกุด แม้กระทั่งหลอดยาสีพระทนต์ ที่ทรงใช้จนแบนราบเรียบ

 

ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระมหากษัตริย์นักออม

๕. ทำบัญชีครัวเรือน รายรับ–รายจ่าย

ตามแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงริเริ่มที่จะช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน โดยการทำบัญชีครัวเรือน ก็คือ การบันทึกรายรับ-รายจ่าย ที่เกิดขึ้นในครัวเรือน เพื่อช่วยให้เห็นภาพรวมว่า ครอบครัวมีรายได้-รายจ่ายเท่าไหร่ มีเงินคงเหลือมากน้อยแค่ไหน

หากมีการทำบัญชีครัวเรือน จะช่วยให้ทราบว่า มีรายจ่ายไหนจำเป็น ไม่จำเป็นบ้าง เพื่อจะได้ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นทิ้งไป ซึ่งสิ่งสำคัญของการทำบัญชีครัวเรือนตามแนวคิดของพระองค์ คือ ให้มีการจัดสรรรายได้ส่วนหนึ่งออมไว้ใช้จ่ายในยามฉุกเฉินหรือยามเกษียณด้วย

ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระมหากษัตริย์นักออม

ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระมหากษัตริย์นักออม

๖. พอเพียง พอประมาณ ไม่สุดโต่ง

ตามความหมายของคำว่าพอเพียงของพระองค์ คือ การคำนึงถึงความพอประมาณ อย่างมีเหตุผล ที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น

บางโอกาสที่พระองค์ทรงซื้อของขวัญชิ้นพิเศษเพื่อเป็นรางวัลให้กับตนเอง อย่างตอนที่พระองค์ทรงซื้อกล้อง ที่เป็นรุ่นตัวระดับสูง เนื่องจากต้องนำมาใช้ทรงงาน และเลือกดีแล้วว่ามีราคาที่เหมาะสม คุ้มค่าต่อการใช้งาน     

"พอเพียงนี้ก็หมายความว่า มีกินมีอยู่ ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่หรูหราก็ได้ แต่ว่าพอ แม้บางอย่างอาจจะดูฟุ่มเฟือย แต่ถ้าทำให้มีความสุข ถ้าทำได้ก็สมควรที่จะทำ สมควรที่จะปฏิบัติ"....พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๐ 

 

ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระมหากษัตริย์นักออม

๗. ลงทุนควบคู่ไปด้วย

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ยังเป็นผู้ที่รู้จักนำเงินที่ออมได้มาลงทุนควบคู่กันไปด้วย เห็นได้จากโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ที่เริ่มต้นลงทุนจากเงินสะสมส่วนพระองค์เพียง ๓๒,๘๖๖ บาท จนกลายเป็นโครงการที่เติบโตมาถึงทุกวันนี้

 

พระองค์ท่านรู้จักการลงทุนเพื่อหวังผลระยะยาว เริ่มแรกได้รับการถวายปลานิล จำนวน ๕๐ ตัว จากสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ ประเทศญี่ปุ่น พระองค์จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้ทดลองเลี้ยงปลานิลภายในสวนจิตรลดา หลังจากเลี้ยงไม่นาน มีทั้งรอดบ้าง ตายบ้าง มีปลานิลที่ยังคงเหลือเพียง ๑๐ ตัวเท่านั้น จวบจนกระทั่ง ๑ ปี ผ่านไป พระองค์สามารถพระราชทานปลานิลให้กรมประมง ๑๐,๐๐๐ ตัว ทำให้ปัจจุบัน ประเทศไทยกลายเป็นผู้ส่งออกปลานิลไปทั่วโลก      

ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระมหากษัตริย์นักออม

๘. ต้องรู้จักให้ด้วย

พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ช่วยเหลือราษฎร และทรงให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนอยู่ตลอดเวลา รวมถึงโครงการตามพระราชดำริและพระราชกรณียกิจทุกโครงการ ที่ล้วนแสดงให้เห็นว่าพระองค์พร้อมจะให้ และเสียสละความสุขส่วนตนเพื่อประโยชน์สุขส่วนรวมอย่างแท้จริง

 

ครั้งทรงพระเยาว์ ทรงตั้งกระป๋องออมสินที่เรียกว่า “กระป๋องคนจน” ไว้กลางที่ประทับ เมื่อพระองค์นำเงินไปทำกิจกรรมแล้วมีกำไร จะต้องถูกเก็บภาษี ด้วยการต้องนำมาหยอดใส่กระปุกนี้ ๑๐% และทุกสิ้นเดือน สมเด็จย่าจะทรงเรียกประชุมเพื่อสอบถามความคิดเห็นว่า จะนำเงินสะสมที่ได้จากการเก็บภาษีไปใช้ทำอะไร เช่น อาจจะนำไปมอบให้เด็กกำพร้า เป็นต้น

 

ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระมหากษัตริย์นักออม

นี่คือสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงปฏิบัติต่อเนื่อง จนเป็นต้นแบบของ "พระมหากษัตริย์นักออม"

 

เพื่อให้ปวงพสกนิกรชาวไทยทุกหมุู่เหล่า ได้ยึดถือเป็นแบบอย่าง ด้วยเป็นแนวทางง่ายๆ แต่ได้ประโยชน์เป็นอย่างมาก สามารถปรับใช้เพื่อความเจริญรุ่งเรื่องของตนเอง ครอบครัว และประเทศชาติต่อไป

ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระมหากษัตริย์นักออม

#ในหลวงในดวงใจ #ในหลวงรัชกาลที่๙ในความทรงจำ #เรารักในหลวงรัชกาลที่๙

ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระมหากษัตริย์นักออม

ขอขอบคุณที่มาข้อมูล : สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ