ตอนมาอยู่ครั้งแรกผมเหมือนพระธุดงค์มาปักกรด มาตัดเหล็กนอนที่เล้าหมู คนก็มาช่วยกันมากขึ้น จนมามีทุกอย่างเหมือนทุกวันนี้ ก็เกิดจากการให้
และที่นี่พอเราทำต้นแบบความสำเร็จ ผู้คนก็จะมาเรียนรู้จากทั่วโลก มาครบทุกจังหวัด มาเรียนรู้ที่นี่ กระทรวงมหาดไทยไปคัดเอากำนัน ผู้ใหญ่บ้านมาทุกจังหวัด เอามาเรียนรู้ที่นี่ ก็หวังว่าจะเป็นที่ที่คนมาเรียนรู้เข้าถึงได้ง่าย
ศาสตร์พระราชา เป้าหมายคือการพัฒนาคนตลอดทุกช่วงชีวิต เวลาที่เราทำสำเร็จก็จะมีคนทุกกลุ่ม ทุกอาชีพทยอยดู และเมื่อเริ่มสนใจก็จะไปเอาคนในองค์กร ตั้งเป็นโครงการ และเอาคนในองค์กรมาอบรม ทั้งเอกชนทั้งรัฐ ก็มาทำหลักสูตรร่วมกัน ทำหลักสูตรให้บริการทุกกลุ่ม
ดังนั้น คนที่มาเรียนที่นี่จริงมีตั้งแต่เด็กอนุบาล เด็กอยากจะรู้ขั้นตอนวิธีการปลูกข้าว 4 เดือนทยอยมาที่นี่ไปจนถึงนักศึกษาปริญญาเอก เค้ารู้สึกว่าที่นี่ เรียนมา 3 ปีมันมาอยู่ที่นี่เพียงอาทิตย์เดียว ให้ความรู้มากกว่าที่มหาวิทยาลัย จึงเรียกว่ามหาวิทยาลัยเล้าหมู เพราะที่นี่เป็นเล้าหมูเก่า
ตอนนี้บนดอยโล้นกำลังรุนแรงมาก เราก็ไปจับมือกับชาวบ้าน ไปศึกษาเรียนรู้เอาปรัชญาของพระองค์ท่านไป บางทีก็เอาทฤษฎีไป บางทีก็เอาไปเฉพาะเทคนิค 5 เรื่อง และไปจับมือกับภูมิปัญหาท้องถิ่นนั้น ๆ แก้ปัญหาให้ได
เวลานี้เป็นเวลาดีที่สุด ช่วงที่ฝนหยุดแล้วเก็บเกี่ยวข้าวโพดแล้ว ที่ดินยังร้างอยู่ ยังว่าง เค้ากำลังจะปลูกซ้ำใหม่ ก่อนปลูกต้องไปคุยก่อน ให้เค้าเห็น ต้องมีคนกล้าหาญลุกขึ้นทำตัวอย่างให้ได้หนึ่งราย พอเค้าพบว่าตัวอย่างหนึ่งรายนี้ เค้าปลูกข้าวโพดก็งามกว่าเดิม แบ่งส่วนไปปลูกข้าว ข้าวก็เหลือกิน ไปปลูกผัก ผักก็เหลือขาย ไปปลูกป่า ป่าก็ได้ประโยชน์ ไม่ใช่ป่าแบบที่กรมป่าไม้ปลูก เค้าได้ประโยชน์ 4 อย่างแบบที่ตรัสไว้ การสร้างป่าแบบนี้พอทำพื้นที่เล็ก ๆ หมดแล้วที่ที่ไม่ได้ทำที่เหลือป่ามันฟื้น การปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูกเป็นตามพระราชดำริทั้งหมด ก็ได้ป่าคืนมาใช้เวลาเพียงปีเศษ ได้ป่าคืนมาเกือบ 500 ไร่ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ปลูก แต่พื้นที่ที่ถูกกันออกมาปลูกผัก ปลูกป่า 3 อย่างได้ประโยชน์ 4 อย่าง ใช้พื้นที่เพียง 10% ของพื้นที่ 80-90% ก็ฟื้นคืนเป็นป่า เพราะนี่คือวิธีแบบพระเจ้าอยู่หัวตรัส เป็นวิธีบริหารแบบคนจน