นายชูศักดิ์กล่าวว่า สิ่งที่ภาคเอกชนเห็นด้วยกับกระทรวงพาณิชย์อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือ การใช้นโยบายตลาดนำการผลิต ทำให้สินค้าเกษตรหลาย ๆ ตัว หมดปัญหาเรื่องการทำตลาดไปได้ เพราะผลิตสินค้าตรงตามที่ตลาดต้องการ ทำให้สินค้าที่ผลิตมาสามารถขายได้ และมีราคาสูงขึ้น และในด้านการทำตลาด ก็มีผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ มีทูตพาณิชย์ ที่พร้อมช่วยภาคเอกชนในการทำขายสินค้า ซึ่งที่ผ่านมา ถือว่าทำได้ดีและประสบความสำเร็จ
อย่างไรก็ตาม มีสิ่งที่ต้องระวังในอนาคต ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องกฎระเบียบทางการค้า ที่กำลังจะมีออกมามากขึ้น ทั้งการกำหนดคุณภาพ มาตรฐาน การกำหนดกฎ กติกาทางการค้าใหม่ ๆ เช่น สหภาพยุโรป (อียู) ออกระเบียบเรื่องมาตรการลดโลกร้อน สิ่งแวดล้อม สวัสดิภาพแรงงาน เป็นต้น ซึ่งกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชน ต้องทำงานร่วมกัน โดยที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้เล็งเห็นถึงปัญหา และทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิดแล้ว ต่อไปต้องลงลึกไปถึงระดับเกษตรกร เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจต่อไป
นอกจากนี้ นายจุรินทร์ยังให้ความสำคัญกับการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ในกรอบต่าง ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการส่งออกให้กับสินค้าไทย ซึ่งภาคเอกชนสนับสนุน และเห็นว่าน่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นว่ากรอบไหน ที่ไทยจะเข้าไปเจรจา