ศิษยานุศิษย์จากทั่วสารทิศร่วมลงชื่อคัดค้านคำสั่ง มส.ถอดถอน เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธรรมยุต)อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดยอดทะลุ 1.5 แสนรายชื่อแล้ว ลุ้นมติทบทวนการประชุมกรรมการมหาเถรสมาคมพรุ่งนี้

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

10 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดประชานิยม เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ พุทธศาสนิกชนยังคงเข้าไปทำบุญถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์ และร่วมปฏิบัติธรรมกันตามปกติ แต่วันนี้ “เจ้าคุณบัวศรี” หรือ พระเทพสารเมธี เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ไม่อยู่วัด เนื่องจากเดินทางไปปฏิบัติกิจนอกพื้นที่

 

ทั้งนี้ยังมีศิษยานุศิษย์บางส่วนเดินทางมาลงรายมือชื่อที่ตั้งโต๊ะภายในวัน และยังมีประชาชนจากทั่วสารทิศร่วมลงชื่อทางออนไลน์ เพื่อคัดค้านคำสั่ง มส ถอดถอนพระเทพสารเมธี เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธรรมยุต)อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดยอดลงชื่อทะลุ 150,000 รายชื่อแล้ว

 

โดยบรรดาญาติธรรมต่างใจจอใจจ่อรอคอยและเรียกร้องให้ทางมหาเถรสมาคมและสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติทบทวนคำสั่งให้ความเป็นธรรมและชี้แจงกรณีถอดถอนพระเทพสารเมธีที่ทราบว่าจะการประชุมกันในวันพรุ่งนี้ 11 ตุลาคม 2564

ลงชื่อค้านปลดเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ทะลุ1.5แสนลุ้นมส.ทบทวนพรุ่งนี้

นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร เขต2พรรคเพื่อไทย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 10 ตุลาคม 2564 ตนได้ไปร่วมถวายภัตตาหารเพล สมเด็จพระพุฒาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออกเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยามวรวิหาร และได้เรียนถามถึงกรณีที่มหาเถรสมาคมมีมติมส ถอดถอน เจ้าคณะจังหวัด3หวัด คือ พระราชปริยัติสุนทร เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา วัดโสธรวราราม พระธรรมรัตนาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี วัดเขียนเขตและพระเทพสารเมธี เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธรรมยุต) วัดประชานิยม ที่ไม่ได้มีการตั้งกรรมการสอบมาก่อน ซึ่งเป็นการดำเนินการไม่ชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการตามกฎมหาเถรสมาคม ทำให้ลูกศิษย์เกิดความไม่พอใจ ออกมาประท้วง ไม่ยอมรับมติดังกล่าว

 

โดยเฉพาะจังหวัดกาฬสินธุ์ และจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้ยื่นหนังสือต่อกรรมาธิการ ศาสนาศิลปวัฒนธรรมสภาผู้แทนราษฎรส่วนลูกศิษย์เจ้าคุณบัวศรีได้ยื่นฎีกาทูลเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า จะดำเนินอย่างไรกับปัญหาดังกล่าว ก่อนที่มหาเถรสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะประชุมในวันที่11ตุลาคมนี้

ลงชื่อค้านปลดเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ทะลุ1.5แสนลุ้นมส.ทบทวนพรุ่งนี้

นายนิยม กล่าวต่อว่า ทางสมเด็จพระพุฒาจารย์ได้ให้ความเห็นว่า ในวันดังกล่าว กรรมการมหาเถรสมาคมไม่ทราบมาก่อนว่า จะมีการถอดถอนเจ้าคณะจังหวัดทั้ง3รูป และมีการแต่งตั้งใหม่อีก 3 รูป ทุกรูปรับทราบเพียงว่า มีการแต่งตั้ง30รูปเท่านั้น ส่วนการถอดถอนและแต่งตั้งใหม่3รูป ต่างก็รับรู้พร้อมกันในการประชุมวันนั้น ดังนั้นเมื่อไม่มีกรรมการมหาเถรสมาคมรูปใดทราบมาก่อน ก็ควรจะทบทวนเรื่องดังกล่าวอีกครั้งแต่หากเป็นพระราชดำริ ก็ต้องกลับมาดูในข้อเท็จจริง เป็นรายๆ ไป หรือว่ามีใครมาดำเนินการอะไรในเบื้องต้น สำหรับเรื่องนี้หรือไม่ ซึ่งถ้ามี ก็ควรจะมีคนรับผิดนะ

 

นายนิยม กล่าวอีกว่า หลังเข้ากราบนมัสการสมเด็จพระพุฒาจารย์ ตนเห็นว่า ควรให้ความเป็นธรรมกับเจ้าคณะจังหวัดทั้ง3รูปถูกผิดอย่างไรก็ไม่ควรจะปลดเอาเฉยๆ หากมีการร้องเรียนก็ควรให้ท่านได้แก้ข้อกล่าวหาใจเขาใจเราไม่ใช่ว่าท่านเป็นพระไปคิดเอาเองว่า ท่านปล่อยวางได้ถูกร้องเรียนไม่ต้องสอบก็ได้ ปลดเลยอย่างนี้ก็ไม่เป็นธรรมกับท่าน ทั้งนี้ตนยืนยันว่ากฎมหาเถรสมาคมเกี่ยวกับขั้นตอนการถอดถอนพระสังฆาธิการ ยังไม่ได้ยกเลิกเพียงแก้ไขโดยเพิ่มขั้นตอนสุดท้ายเข้ามาเท่านั้น แต่ไม่ได้ยกเลิกขั้นตอนการสอบ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีการกลั่นแกล้งกันเมื่อไม่ยกเลิก ก็ยังต้องใช้อยู่ หากจะไม่ใช้ขั้นตอนการสอบ ก็ต้องระบุเอาไว้ในกฎมหาเถรสมาคมว่า“ยกเลิก”ก็ไม่ต้องใช้ แต่กฎหมายระบุเอาไว้ชัดเจนว่า ก่อนจะถอดถอน ให้ผู้ปกครองสอบหาความจริงมาตามลำดับ ตั้งแต่เจ้าคณะภาค เจ้าคณะหน จนได้ความชัดเจนตามขั้นตอนของกฎหมายเสียก่อน จึงเสนอให้ มส พิจารณาทุกกรณีไป

 

จากนั้น สมเด็จพระสังฆราชจึงนำขึ้นทูลเกล้าให้ทรงมีพระราชดำริ เป็นขั้นตอนสุดท้าย ตามที่แก้ไขใหม่เพิ่มเข้ามา และขั้นตอนนี้มักถูกนำมาอ้างว่า“เจ้าคณะจังหวัด3รูป ถูกปลดเพราะใช้กฎหมายใหม่ แก้ไขแล้ว ไม่ต้องสอบก็ปลดได้”ซึ่งไม่ถูกต้อง

 

“หากมีการต่อสู้กันทางกฏหมายพิสูจน์แล้ว ปรากฏว่า ผู้ปกครองคณะสงฆ์ไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้ ก็จะเป็นการละเมิดจริยาพระสังฆาธิการอย่างร้ายแรง ตามกฏมหาเถรสมาคม ซึ่งก็อาจต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา157ในฐานะที่พระสังฆาธิการเป็นเจ้าพนักงานตามความในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา45พรบ. คณะสงฆ์ ด้วยนายนิยมกล่าว

 

ลงชื่อค้านปลดเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ทะลุ1.5แสนลุ้นมส.ทบทวนพรุ่งนี้