ส่วน น.ส.บี เล่าว่า ตนเป็นขายลอตเตอรี่ทางออนไลน์ ให้ลูกค้าจองก่อน และจ่ายมัดจำมาครึ่งราคา ต่อมาแม่ค้าลอตเตอรี่ออนไลน์ใน จ.บึงกาฬ แนะนำให้รู้จักนายวินัย จึงติดต่อซื้อลอตเตอรี่จากนายวินัย5กล่อง ราคา205,000บาท นายวินัยนัดมาทำสัญญาซื้อขายจ่ายเงินมัดจำ ในวันที่2ตุลาคม ที่โรงพักเมืองอุดรธานี โดยได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ว่าตนได้จ่ายมัดจำไปแล้ว102,500บาท และจะจ่ายเงินที่เหลือในวันที่4ตุลาคม หลังจากได้รับลอตเตอรี่ ต่อมาวันที่3ตุลาคม นายวินัยโทรติดต่อมาบอกว่ามีลอตเตอรี่เหลืออีก5กล่อง จะลดให้พิเศษเหลือกล่องละ37,500บาท ตนจึงตกลงซื้อและโอนเงินมัดจำไปให้อีก80,000บาท รวมเป็นเงิน 182,500 บาทพอถึงวันที่4ตุลาคม นายวินัยไม่นำลอตเตอรี่มาส่ง และยังปิดมือถือหนีติดต่อไม่ได้ ตนจึงมาแจ้งความไว้ที่โรงพักเมืองอุดรธานี
“นายวินัยทำน่าเชื่อถือ เพราะมีการทำสัญญาที่ สภ.เมืองอุดรธานี มีการเขียนสัญญามีคนค้ำมีพยานมีการลงบันทึกประจำกับตำรวจ ตนก็เลยเชื่อใจว่าจะไม่โกง เพราะมีสัญญาอยู่แล้ว จึงเลือกลงทุนด้วยไม่ติดว่าจะโกง ตนเปิดจองลอตเตอรี่ทางออนไลน์ จึงเดือดร้อนเพราะเอาเงินลูกค้ามาสั่งจองก่อน หวังว่าจะได้เงินคืน และให้ตำรวจตามจับได้ และฝากถึงเฮียวินัยว่าอยากให้ติดต่อกลับมา มาเคลียร์กันไม่ใช่ขาดการติดต่อแบบนี้”
ส่วนนางดี นามสมมติ อายุ64ปี ชาวอุดรธานี เล่าพร้อมเสียงสะอื้นว่า ก่อนหน้านี้ตนและสามีซึ่งเป็นคนพิการไปขายผลไม้ที่หน้าโรงพยาบาล และได้พบเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลใจดีให้ยืมเงินมาลงทุน2หมื่นบาท บอกว่าให้เลิกขายผลไม้ให้นำเงินไปซื้อลอตเตอรี่มาขาย จึงไปขอแบ่งลอตเตอรี่จากคนอื่นมาขายงวดละ200ใบ ขายมาได้3งวด พอดีลูกสาวเป็นเพื่อนกับนางเอ ชวนให้มาซื้อลอตเตอรี่กับนายวินัย ตนจึงตกลงซื้อ1กล่อง5เล่ม500ใบ ราคา40,000บาท แต่ต้องจ่ายมัดจำ20,000บาท และทำสัญญาที่โรงพักเมืองอุดรธานี ”รู้สึกเสียใจมากที่มาพบเจอคนแบบนี้ อยากฝากถึงนายวินัยว่าทุกคนเดือดร้อน เพราะกู้เงินมาซื้อ อยากให้นำเงินมาคืน อย่าทำแบบนี้มันบาป”
โดย-เศกสันติ กัลยาณวิสุทธิ์