จากการปิดด่านพรมแดนทำให้บ่อนคาสิโนชายแดนหยุดชั่วคราว ส่งผลให้พนันออนไลน์โต และเกิดบ่อนลักลอบ หวยออนไลน์ต่างประเทศ เพิ่มขึ้น 100% วงเงินพนัน 58,754 ล้านบาท พบคนที่เล่นการพนันในปี 2564 ที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายว่า Problem Gamblers เป็นเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปี 6 แสนคน

8 ตุลาคม 2564 จากข้อมูลสถานการณ์การพนัน ของ ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน ปี 2564 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2562 แสดงให้เห็นว่าโควิด-19 ทำให้การพนันในบ่อนมีขนาดเล็กลง แต่ยังพบผู้เล่นพนันในบ่อนถึง 4.18 ล้านคน ลดลง 16.1% และมีวงเงินพนัน 108,805 ล้านบาท ลดลง 12.6%

 

ส่วนการพนันออนไลน์เติบโตแบบก้าวกระโดด แต่ยังมีขนาดเล็กกว่าการพนันในบ่อน จำนวนนักพนันออนไลน์ 1.12 ล้านคน เพิ่มขึ้น 135% และมีวงเงินหมุนเวียน 107,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 431.3%

 

ประเภทการพนันออนไลน์ที่เป็นที่นิยม คือ

1.บาคาร่า ป๊อกเด้ง 78.8%

2.สล็อตแมชชีน ตู้เกม 36.8%

3.ไฮโล โปปั่น น้ำเต้าปูปลา 20.8%

4.เกมไพ่อื่นๆ เช่น ผสมสิบ เสือมังกร 

 

รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า

"คนที่เล่นการพนันในปี 2564 ที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายว่าจะเป็น Problem Gamblers หรือ นักพนันที่มีปัญหามีมากถึง 3.512 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปี 6 แสนคน และผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป 2 แสนคน แต่ในแง่สัดส่วน พนันบ่อนออนไลน์ทำให้พบนักพนันที่เป็นปัญหามากที่สุด 37.1% ไล่ตามมาติดๆ คือ หวยอื่นๆ 35.6% พนันทายผลฟุตบอล 33.5% และพนันในบ่อน 31.3%

 

ด้านพนันทายผลฟุตบอล ตลาดเติบโตขึ้นประมาณ 10% มีคนเล่นพนัน 3.83 ล้านคน และมีวงเงินพนัน 181,168 ล้านบาท แต่น่าสังเกตว่า วงเงินหมุนเวียนในช่องทางออนไลน์มีเพียง 24,274 ล้านบาท หรือคิดเป็น 13% แปลว่าตลาดหลักของพนันทายผลฟุตบอลยังเป็นโต๊ะบอล คนรับแทง คนเดินโพย

 

ส่วนหวยอื่นๆ โดยเฉพาะหวยต่างประเทศ หวยออนไลน์ เติบโตขึ้นมาก คือมีคนเล่นพนัน 1.35 ล้านคน เพิ่มขึ้น 100% และมีวงเงินพนัน 58,754 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 117% ในจำนวนนี้เป็นการพนันผ่านช่องทางออนไลน์ถึง 38% หรือ 22,460 ล้านบาท"

 

รศ. ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน

 

สาเหตุที่ทำให้นักพนันหันมาเล่นพนันออนไลน์ คือ

  1. สะดวก ง่าย เล่นได้ทุกที่ทุกเวลา 92.4%,
  2. มีรูปแบบการแทงพนันที่หลากหลาย 45.6%
  3. ฝาก-ถอนเงินจากระบบได้อย่างรวดเร็ว 39.6%
  4. เพื่อนชวน 38%
  5. โปรโมชั่นจูงใจ 36% 
  6. อีก 19.6% ระบุว่า ช่วงโควิดระบาด บ่อนการพนันปิดจึงหันมาเล่นออนไลน์ที่สามารถเล่นได้ทุกที่ทุกเวลา

 

ดร.ณัฐกร วิทิตานนท์ อาจารย์ภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ กล่าวว่า “สถานการณ์ของไทย พบว่า การปิดด่านพรมแดนทำให้บ่อนคาสิโนชายแดนต้องหยุดกิจการชั่วคราว จึงเกิดรูปแบบออนไลน์เข้ามาตอบสนองความต้องการแทน และช่วงเริ่มผ่อนคลายก็พบบ่อนเถื่อนลักลอบเปิด จึงเกิดบ่อนการพนันเป็นคลัสเตอร์แพร่ระบาดโควิด-19 และเกิดรูปแบบการเล่นในชุมชน บ่อนวิ่ง เป็นลักษณะการพนันที่ใกล้ตัวอย่างเห็นได้ชัด”

 

7 ประเด็น การระบาดโควิด-19 ส่งผลสัมพันธ์ต่อวงการพนัน 

1.มาตรการควบคุมโรคของประเทศต่าง ๆ ส่งผลกระทบด้านลบต่ออุตสาหกรรมการพนันแบบดั้งเดิม 

2.ตลาดการพนันออนไลน์ฉกฉวยโอกาส ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด

3. ผู้คนย้ายฐานจากการพนันโลกจริงไปสู่การพนันออนไลน์เพิ่มขึ้น และเกิดนักพนันหน้าใหม่เพิ่มมากขึ้นจากการพนันออนไลน์

4.การพนันออนไลน์มีผลด้านลบต่อผู้เล่นมากกว่าการพนันแบบเดิม เช่น กลุ่มนักพนันอายุน้อย รายได้ต่ำ ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงจะติดการพนันได้ง่ายกว่าคนกลุ่มอื่น

5.การยกเลิกการแข่งขันกีฬารายการสำคัญทำให้เกิดตลาดทดแทน บางคนหันไปเล่นพนันกีฬาชนิดอื่นที่ยังมีการแข่งขันหรือพนันอีสปอร์ต 

6.หลังการระบาดของโควิด-19 คาสิโนจะกลับมาฟื้นตัว 

7.ผู้คนหันเข้าหาการพนันออนไลน์ข้ามชาติมากขึ้น

 

โควิด-19 ทำพนันออนไลน์โตขึ้น 135% เงินหมุนเวียน 107 แสนล้าน

แนะรัฐปราบพนัน ปฏิรูป "ต่างแมวต่างทำ” มาเป็น “ทศกัณฐ์” 

 

นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาการพนัน ยังขาดการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ อาจเรียกได้ว่าเป็นการทำงานแบบแมวไล่จับหนู ในลักษณะ “ต่างแมวต่างทำ”

 

สิ่งที่ควรต้องทำ คือ ปรับโครงสร้างการทำงานแบบ “ต่างแมวต่างทำ” มาเป็น “ทศกัณฐ์”  ช่วยกันสอดส่องและบูรณาการการทำงานร่วมกันให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยหน่วยงานกลางในประสานขับเคลื่อนการทำงานร่วมกัน โดยเชิญชวนภาคเอกชนและภาคประชาสังคมมาร่วมด้วย  เพราะปัญหาการพนันที่มีทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ ขณะนี้มีแนวโน้มการขยายตัวของปัญหาที่จะมีมากขึ้น ทำให้ต้องการการทำงานที่มีมิติที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น 

 

“เสนอให้รัฐ ตั้งศูนย์อำนวยการจัดการปัญหาการพนัน ให้หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม  มีส่วนร่วมเพื่อเป็นกลไกการควบคุมดูแลปัญหาจากการพนันที่ชัดเจน  และให้ความสำคัญกับเรื่องสร้างการรู้เท่าทันเรื่องการพนัน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่อาจหลงผิดเชื่อคำโฆษณาและการชักชวนเล่นการพนัน” 

 

ปัญหาการพนันต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายในการร่วมมือการหยุดพนัน  โดย มูลนิธิรณรงค์หยุดพนันเสนอให้มีการแก้ปัญหา ดังนี้

1.กรมสุขภาพจิต ด้วยการพนันมีความเกี่ยวข้องโดยตรงต่อสุขภาพจิต

2.กลุ่มสถาบันทางการเงินต่างๆ ในการช่วยเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวทางการเงินที่ผิดปกติ และร่วมกับค่ายบริการโทรศัพท์มือถือในการแจ้งเตือนการเคลื่อนไหวทางการเงินที่ผิดปกติของบุคคลที่อาจหลงเป็นเหยื่อของเว็บพนัน 

3.สื่อและแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เพราะเว็บพนันใช้ช่องทางออนไลน์ในการหลอกล่อเพื่อชักชวนให้คนไปหลงเล่นพนัน 

4.ความร่วมมือของประชาชน ในการเฝ้าระวังชุมชน ร่วมพัฒนาองค์ความรู้ สร้างภูมิคุ้มกันสังคมเพื่อการรู้เท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลงไปของการพนันที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบตลอด 

 

นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน