นายอนุสรณ์ ยังกล่าวต่อไปว่า สำหรับคลองระพีพัฒน์นั้น เป็นคลองที่ได้แยกออกจากแม่น้ำป่าสัก เหนือเขื่อนพระรามหก มีความยาวประมาณ 35 กิโลเมตร ต้นคลอง ช่วงที่แยกจากแม่น้ำป่าสัก มีความจุคลอง (รับน้ำได้) 210ลบ.ม.ต่อวินาที ไหลผ่าน อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปลายคลอง ที่อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ความจุลดลงเหลือ 120 ลบ.ม.ต่อวินาที หรือมีลักษณะเป็นต้นใหญ่ปลายเรียว วิ่งต่อไปทาง อำเภอหนองเสือ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานีบรรจบกับคลองรังสิต
"ซึ่งสามารถรับน้ำเข้าคลองระพีพัฒน์ 182 ลบ.ม.ต่อวินาที ประมาณ 96% ของความปลอดภัยตัวคลองที่สามารถรับน้ำได้ ระหว่างทางมีการระบายเข้าระบบชลประทานฝั่งตะวันตกของคลอง ไปยังพื้นที่ อำเภอภาชี อำเภออุทัย อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอธุยา ที่ประมาณ 62 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อให้น้ำไม่เกินความจุคลองทางด้านท้าย ทั้งนี้ทางเขื่อนพระรามหกและโครงการส่งน้ำนครหลวง ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำเข้าฝั่งตะวันตกได้ดำเนินการจัดเจ้าหน้าที่เวรยามตลอด 24 ชั่วโมงติดตามการเดินทางของน้ำ หากมีฝนตก น้ำล้นฉุกเฉิน ก็จะสามารถแก้ไขได้ทันเหตุการณ์" รองผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 10 กล่าว
ทั้งนี้การติดตามสถานการณ์น้ำในจังหวัดลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา ของคลองชัยนาท-ป่าสัก ช่วงอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ น้ำทรงตัว อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ระดับน้ำลดลง 15 เซนติเมตร และสำหรับ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ที่ประตูน้ำโคกกะเทียมลดลง 9 เซนติเมตร สำหรับอำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี ที่ประตูน้ำเริงราง ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 13 เซนติเมตร
ส่วนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ระบายน้ำ 900 ลบ.ม.ต่อวินาที เท่าเมื่อวานนี้ และแม่น้ำป่าสักเมื่อคืนมีฝนตกหนักที่ จ.สระบุรี ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนพระรามหก มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากฝนที่ตกอยู่ที่ประมาณ 4 เซนติเมตร การรับน้ำเข้าคลองระพีพัฒน์ ระบายน้ำ182ลบ.ม.ต่อวินาที และจะรับน้ำเพิ่มเป็น 190 ลบ.ม.สำหรับการปิดช่องขาดที่คลอง 23 ขวา แล้วเสร็จเมื่อเวลา 11.00 น.จะช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลเข้าพื้นที่ อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี