“ประยุทธ มหากิจศิริ” แจงกรณีป.ป.ช.ชี้มูลความผิดคดีที่ดินกระบี่-โคราช ยันการออกเอกสารสิทธิเป็นอํานาจของเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายเดียว ตนเองไม่มีอํานาจในการบังคับสั่งการ และพร้อมคืนที่ดินหากอธิบดีกรมที่ดินสั่งเพิกถอนเอกสารสิทธิ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

4 ตุลาคม 2564 นายประยุทธ มหากิจศริ และครอบครัว ได้มีหนังสือชี้แจงต่อสื่อมวลชน ดังนี้ ตามที่ปรากฏข่าวต่อสาธารณชนเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 64 จากการแถลงข่าวของนายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยอ้าง ถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่รัฐ ฐานทุจริตและประพฤติมิชอบในการออก เอกสารสิทธิ์เกี่ยวกับที่ดิน และกล่าวหานายประยุทธ มหากิจศิริ ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐให้กระทําความผิดในการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ ใน 2 กรณี คือ 

 

1. กรณีการนําเอกสาร น.ส. 3 ก. เลขที่ 263 ต.หนองทะเล อ.เมืองกระบี่ มารังวัดออกโฉนดและทําให้มีจํานวนเนื้อที่ดินเพิ่มขึ้นโดยมิชอบ 

 

2. กรณีการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน น.ส. 3 ก. และโฉนดที่ดิน ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา มารังวัดแบ่งแยกและรวมโฉนด ทําให้มีเนื้อที่ดินเพิ่มขึ้น 189 ไร่ จากที่ดินของสนามกอล์ฟเมาน์เท่น ครีก ที่มีเนื้อที่ดินทั้งหมด 2,304 ไร่ ของบริษัท ไทยน๊อคซ์ สเตนเลส จํากัด (มหาชน) ที่มีนายประยุทธ มหากิจศิริ เป็นกรรมการบริหาร 

"ประยุทธ"โต้ป.ป.ช.คดีเอกสารสิทธิ"สนามกอล์ฟเมาน์เท่น ครีก"

ทั้ง 2 กรณีดังกล่าวข้างต้น ได้มีการกล่าวหาข้าพเจ้าฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทําความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ และในบางกรณี ยังมีการกล่าวหาพาดพิงมาถึงครอบครัวและกิจการของ ข้าพเจ้า อันอาจทําให้เกิดความเสียหายและความเข้าใจผิดต่อสาธารณชนว่าข้าพเจ้าและครอบครัว มีส่วนร่วมกระทําความผิดและดําเนินธุรกิจโดยมิได้เคารพต่อกฎหมาย อันอาจสร้างความเสียหาย ต่อชื่อเสียงของข้าพเจ้าและครอบครัว และสร้างผลกระทบต่อการดําเนินธุรกิจ 

 

เพื่อความเข้าใจที่ ถูกต้องต่อสาธารณชน ข้าพเจ้าจึงขอเรียนชี้แจงต่อสื่อมวลชนและสาธารณชน ดังนี้ 

 

ข้าพเจ้าและครอบครัว “ตระกูลมหากิจศิริ” เป็นครอบครัวชาวจีนที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ไทย โดยประกอบธุรกิจทํามาค้าขายสืบต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษจน ประสบผลสําเร็จ มีฐานะชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีตราบปัจจุบันก็ด้วยอาศัยพระบารมีปกเกล้าปก กระหม่อม และได้อาศัยผืนแผ่นดินไทยเป็นที่ทํามาหากิน ด้วยความสํานึกในบุญคุณของประเทศ ไทย แผ่นดินไทยตลอดมา 

 

ในการประกอบธุรกิจใดๆข้าพเจ้ายึดถือความสุจริตและเคารพต่อกฎหมายของบ้านเมืองมาโดยตลอด มิเคยมีพฤติกรรมใดๆในการที่จะสนับสนุน ส่งเสริม บุคคลใด หรือเจ้าหน้าที่รัฐผู้ใดให้ละเมิดหรือกระทําผิดกฎหมายเพื่อประโยชน์ส่วนตนและไม่เคยใช้อทิธิพลทางการเมืองใดๆ มาเอื้อประโยชน์ให้แก่ธุรกิจของตนโดยมิชอบแต่อย่างใดทั้งสิ้น 

"ประยุทธ"โต้ป.ป.ช.คดีเอกสารสิทธิ"สนามกอล์ฟเมาน์เท่น ครีก"

กรณีที่ข้าพเจ้าถูกกล่าวหาทั้ง 2 กรณีดังกล่าวนั้น ข้าพเจ้าและครอบครัวขอยืนยันว่า ข้าพเจ้าไม่มีส่วนร่วมในการกระทําความผิด ไม่เคยใช้ หรือสนับสนุนผู้ใด เจ้าหน้าที่รัฐคนใดให้กระทําความผิดตามที่ถูกกล่าวหา 

 

การดําเนินการรังวัดที่ดินทุกแปลงของข้าพเจ้าที่ซื้อมาโดยชอบ ด้วยกฎหมาย ได้ดําเนินการไปโดยเจ้าหน้าที่รัฐตามอํานาจหน้าที่ เป็นดุลยพินิจและการดําเนินการ โดยอิสระของเจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้ดุลยพินิจในการปฏิบัติงานตามอํานาจหน้าที่ของตนโดยยึดถอืและ ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการทุกประการ 

 

ข้าพเจ้าในฐานะเอกชนไม่เคยมีพฤติการณ์หรือการ กระทําใดๆในการไปสนับสนุน หรือใช้ให้เจ้าหน้าที่รัฐกระทําความผิดเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับ ข้าพเจ้าแต่อย่างใด และข้าพเจ้าขอยืนยันว่า ข้าพเจ้าไม่เคยมีเจตนาที่จะยึดถือเอาที่ ดินอันเป็นสาธารณประโยชน์ หรือที่ดินของรัฐ ในลักษณะเป็นป่าสงวนฯ ก็ดี หรือเขตป่าหวงห้ามใดๆ หรือเป็นที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือที่ที่มีการครอบครองโดยมิชอบมาเป็นของตนแต่อย่างใดทั้งสิ้น 

 

การรังวัดสอบเขต แบ่งแยก และรวมโฉนด หรือการออกเอกสารสิทธิใดๆให้แก่บริษัทฯหรือข้าพเจ้า เป็นอํานาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐแต่เพียงฝ่ายเดียว ข้าพเจ้าไม่มีอํานาจในการบังคับ สั่งการ ใช้ หรือสนับสนุนหรือกระทําการใดๆเพื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐกระทําผิดกฎหมายเพื่อประโยชน์ส่วนตนของ ข้าพเจ้าหรือบริษัทฯแต่อย่างใดทั้งสิ้น 

 

และหากปรากฏว่า กรมที่ดินมีคําสั่งให้เพิกถอนการรังวัด ที่ดินแปลงใด ว่ามีความคลาดเคลื่อนหรือไม่ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายแล้ว เห็นว่า ต้องมี การแก้ไขและเรียกคืนที่ดินส่วนที่ผิดพลาดหรือมีการรังวัดที่ทําให้บริษัทที่ข้าพเจ้าเป็น กรรมการบริหารได้เนื้อที่ดินเพิ่มขึ้น ข้าพเจ้าและบริษัทที่เกี่ยวข้องก็ยินดีและได้ดําเนินการแก้ไข เพื่อคืนเนื้อที่ให้แก่หน่วยงานรัฐตามที่อธิบดีกรมที่ดินได้มีคําสั่งให้แก้ไขไปทุกๆแปลง โดยไม่เคยขัดข้อง อันเป็นการแสดงให้เห็นเจตนาโดยสุจริตของข้าพเจ้าและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกรณีที่ถูก กล่าวหา 

 

กรณีที่ดินที่ อ.สีคิ้ว บริษัทฯ ก็ได้มีการคืนที่ดินตามที่อธิบดีกรมที่ดิน แจ้งว่า มีบางส่วนไม่ถูกต้องอันเกิดจากความผิดพลาดในการรังวัดของเจ้าหน้าที่สํานักงานที่ดินนั้นกลับคืนเป็นที่ดิน ของรัฐแล้วจนหมดส้ิน 

 

ส่วนที่ดินที่จ.กระบี่ ข้าพเจ้าได้ซื้อมาโดยชอบด้วยกฎหมายจากอดีตข้าราชการอัยการท่านหนึ่ง โดยเป็นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์เป็น น.ส. 3 ก. แล้ว และต่อมาได้มีการรังวัดขอออกเป็น 2 โฉนดที่ดิน ซึ่งก็เป็นการยื่นคําร้องขอออกโฉนดตามระเบียบและกฎหมายที่ดิน โดยมีการรังวัดออกโฉนดถูกต้อง 

 

ข้าพเจ้ามิได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆในการดําเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐแต่อย่างใดทั้งสิ้น ที่ดินแปลงดังกล่าวที่ซื้อมาตั้งแต่พ.ศ.2544 จนถึงปัจจุบัน ข้าพเจ้ามิได้นําที่ดินมาพัฒนาหรือใช้ ประโยชน์ในทางธุรกิจแต่อย่างใด ยังคงเป็นที่ดินว่างเปล่า โดยให้คนเฝ้าดูแลรักษาที่ดินไ ว้เท่านั้น หากอธิบดีกรมที่ดินเห็นว่า ไม่ถูกต้อง ข้าพเจ้าก็ยินดีเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ 

 

ข้าพเจ้าขอยืนยันอีกครั้งว่า ข้าพเจ้าและครอบครัว รวมถึงกลุ่มบริษัทธุรกิจที่มีข้าพเจ้าเป็น ผู้บริหาร เคารพต่อกฎหมายและดุลยพินิจในการดําเนินการตามหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในการ ดําเนินการสอบสวนและกล่าวหาข้าพเจ้าและข้าพเจ้ายินดีที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อ พิสูจน์ความสุจริตของตนตามกระบวนการยุติธรรม เพื่อยืนยันว่า ข้าพเจ้ามิได้กระทําความผิดหรือ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทําความผิดตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด 

"ประยุทธ"โต้ป.ป.ช.คดีเอกสารสิทธิ"สนามกอล์ฟเมาน์เท่น ครีก"