โครงการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” เปิดครบ 3 เดือน จำนวนนักท่องเที่ยวต่ำกว่าเป้า มีเพียง 38,699 ราย หากสามารถสร้างรายได้กว่า 2,000 ล้านบาท คาดไฮซีชั่น 3 เดือนสุดท้าย ผนึกกำลัง “เปิดประเทศ” เป้า 1.5 แสนล้านบาท

1 ตุลาคม 2564 ผ่านมาแล้ว 3 เดือน สำหรับการนำร่องเปิดการท่องเที่ยว โครงการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. – 30 ก.ย. 64 ตัวเลขนักท่องเที่ยวสะสม จำนวน 38,699 คน ต่ำกว่าเป้าหมายที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) วางไว้ประมาณ 100,000 คน   

 

“นายยุทธศักดิ์ สุภสร”  ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า "เดิม ททท.ตั้งเป้ามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์รวม 1 แสนคน ในช่วงไตรมาส 3 ตั้งแต่เดือน ก.ค.-ก.ย.นี้ แต่จากปัจจัยการระบาดของโควิด-19 ทางจังหวัดภูเก็ตได้ยกระดับมาตรการเข้มงวดเรื่องการเดินทางเข้าออกจังหวัด ด้านประเทศต้นทางหลายๆ ประเทศได้จัดไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงสูงสุด เช่น สหรัฐ และประเทศอื่นๆ ในยุโรป ฮ่องกงมาไทยกลับไปต้องกักตัว 21 วัน ก็ทำให้เขาไม่อยากมา”

 

3 เดือน ทำได้ 2,000 ล้านบาท

แม้จำนวนตัวเลขนักท่องเที่ยวไม่เข้าเป้า หากตัวเลขที่นักท่องเที่ยวใช้จ่ายในโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ มีมากกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งช่วยเยียวยาบาดแผลฉกรรจ์ของการท่องเที่ยวไทยได้ หลังจากเจอพิษโควิด-19 จนตัวเลขเหลือเป็นศูนย์ และผู้ประกอบการบางรายติดลบ อาการโคม่า ประกาศล้มเลิกกิจการไปก็มาก

 

"ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" 3 เดือน  สร้างรายได้กว่า 2,000 ล้านบาท

 

“เฉลี่ยค่าใช้จ่ายต่อหัวนักท่องเที่ยว ประมาณ 61,000 บาทต่อคน และกระจายไปสู่ผู้ประกอบการทั้งรายเล็กรายใหญ่ในพื้นที่ ผมคิดว่าตัวเลข 2,000 กว่าล้านบาท เปรียบเหมือนฝนตกในทะเลทรายหรือเปล่า แต่นอกเหนือจากตัวเลขรายได้ ตัวเลขของผู้ติดเชื้อก็เป็นสิ่งที่เราภูมิใจ

 

จากนักท่องเที่ยวทั้งหมด 38,699 คน มีผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 116 คน คิดเป็น 0.3% เท่านั้นเอง และไม่มีรายงานว่า นักท่องเที่ยวเอาเชื้อไปติดคนในพื้นที่ หรือนักท่องเที่ยวติดจากคนในพื้นที่ ตรงนี้สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ต่างประเทศได้ และมีหลายประเทศนำโมเดลภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ไปใช้ เช่น มาเลเซีย นำไปใช้กับ เกาะลังกาวี ในรัฐเกดะห์”

"ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" 3 เดือน  สร้างรายได้กว่า 2,000 ล้านบาท

 

กักตัว 7 วัน เปิดประเทศ 1 พ.ย. สู่เป้าหมาย 1.5 แสนล้านบาท 

1 ต.ค. 64 เป็นวันแรกที่ลดการกักตัวนักท่องเที่ยว จาก 14 วัน เหลือ 7 วัน นอกจากนี้ในวันที่ 1 พ.ย. รัฐบาลไทยมีแผนเปิดประเทศ ประจวบกับช่วง 3 เดือนท้ายปี เป็นช่วงไฮซีซั่น ผู้ว่าการ ททท. มั่นใจว่า ตัวเลขรายได้จะทะยานสู่แสนล้านบาทได้

 

“เงื่อนไขในการเปิดสำคัญที่สุด คือ เรื่องของวัคซีน ส่วนตัวเลขของผู้ติดเชื้อในจังหวัดเป็นภาพรวม กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ไม่ได้เกิดในแหล่งท่องเที่ยว อย่างภูเก็ตก็ไม่มีคนติดเชื้อในป่าตอง ตอนนี้เราต้องเดินหน้า ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เองก็เป็นการนำร่องให้จังหวัดต่างๆ ที่มีแผนแล้วจะเปิดเป็นระยะๆ

 

อย่างตัวเลข 3 เดือนที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวเข้ามาในภูเก็ต เท่ากับเมื่อก่อนที่เข้ามา คือ 30,000 คน ต่อวัน แต่ตอนนี้เข้ามาหลักร้อย ก็ต้องใช้เวลา สำคัญที่สุดเราขยับก่อน ฤดูท่องเที่ยว Q 4 ของปีนี้ กับ Q 1 ปีหน้า คนก็เริ่มหาที่เที่ยวแล้ว ตอนนี้เรามีการกักตัวเหลือ 7 วัน เป็นโอกาสของประเทศไทย และเราคัดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในการใช้จ่าย เข้ามาปริมาณน้อย แต่จับจ่ายสูง

 

เช่นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาพักแบบ ลอง สเตย์ ใช้ชีวิตพักผ่อนหลังเกษียณ กลุ่มที่เดินทางเข้ามาพักรักษาตัว กลุ่มแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆ โดยช่วงท้ายปีภาพรวมของการท่องเที่ยวไทยทั้งประเทศ จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ และนักท่องเที่ยวไทยเอง จะสามารถทำรายได้กว่า 1.5 แสนล้านบาท”

"ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" 3 เดือน  สร้างรายได้กว่า 2,000 ล้านบาท

 

5 อันดับแรก ประเทศที่มีผู้เดินทางเข้ามาในโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์  

ข้อมูลจากด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานภูเก็ต ตัวเลขสะสมวันที่ 1 ก.ค - 30 ก.ย. 64 ได้แก่

1. สหรัฐอเมริกา 5,875 คน

2.อังกฤษ          5,503 คน

3.อิสราเอล       4,783 คน

4.เยอรมนี        3,846 คน

5.ฝรั่งเศส        3,659 คน

 

"ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" 3 เดือน  สร้างรายได้กว่า 2,000 ล้านบาท

 

ยอดจองห้องพัก โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์  

ตั้งแต่เดือน ก.ค. 64- ก.พ. 65 จำนวน 716,898 รูมไนท์ แบ่งเป็น

  • ก.ค. - ก.ย. 64  จำนวน 541,957  รูมไนท์  (คิดเป็น 76%)
  • ต.ค. 64           จำนวน 141,787  รูมไนท์   (20%)
  • พ.ย. - ธ.ค. 64  จำนวน 31,863    รูมไนท์   (4%)
  • ม.ค. – ก.พ. 65 จำนวน 1,291     รูมไนท์    (0.2%)


ตัวเลขรายได้จากการท่องเที่ยวจะไปถึงเป้าหมายหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างภายในประเทศไทยเองด้วย มีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังมีเมืองไทยเป็นเดสติเนชันของการท่องเที่ยว หากแต่ประเทศไทยเองพร้อมเปิดสถานที่ต้อนรับพวกเขาแล้วหรือยัง ประชาชนในพื้นที่ท่องเที่ยวได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในสัดส่วนที่สามารถจะเปิดเมืองเที่ยวได้หรือไม่