ทั้งนี้ รัฐบาลได้มีการกำหนดพื้นที่เป้าหมายเพื่อวางแผนแก้ไขเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ (Area Based) 66 พื้นที่ ซึ่งเป็นทั้งพื้นที่ประสบปัญหาด้านน้ำซ้ำซากและมีผลกระทบในวงกว้าง โดยมีแนวคิดในการใช้ปัญหาเป็นที่ตั้ง และแก้ปัญหาด้วยหลายวิธีการ แทนการใช้โครงการเป็นที่ตั้ง โดยมีแผนหลักในการแก้ไขปัญหาและขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งขับเคลื่อนแล้วจำนวน 133 โครงการ จาก 526 โครงการ อาทิ
1.แผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง มีความก้าวหน้า 32% เช่น คลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ระบบป้องกันน้ำท่วมชุมชนนอกคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา การปรับปรุงคลองชัยนาท-ป่าสัก การเพิ่มประสิทธิภาพระบบชลประทานเดิม คาดว่าจะขับเคลื่อนได้ทั้งหมดภายในปี 2570 ซึ่งจะทำให้พื้นที่น้ำท่วมใน 17 จังหวัดลดลง จาก 9.31 ล้านไร่ คงเหลือ 3.05 ล้านไร่
2.โครงการพัฒนาแหล่งน้ำและจัดการทรัพยากรน้ำรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ขับเคลื่อนแล้ว 21 โครงการ คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี 2567 จะได้น้ำเพิ่มขึ้น 114.20 ล้าน ลบ.ม. อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม 17 โครงการ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2573 ได้น้ำเพิ่ม 556.80 ล้าน ลบ.ม.
3.การฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ เช่น บึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ บึงราชนก จ.พิษณุโลก บึงสีไฟ จ.พิจิตร หนองหาร จ.สกลนคร ฯลฯ หากแล้วเสร็จจะสามารถ มีพื้นที่หน่วงน้ำและเพิ่มน้ำต้นทุนรวมมากกว่า 100 ล้าน ลบ.ม.
4.การพัฒนาลุ่มน้ำชีตอนบน ได้แก่ อ่างฯลำน้ำชีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ่างฯลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองชัยภูมิ เป็นต้น พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังได้ขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญแล้ว จำนวน 41 โครงการ วงเงิน 291,762 ล้านบาท เพิ่มความจุ 628.92 ล้าน ลบ.ม. ได้รับประโยชน์ 1.4 ล้านไร่ 262,386 ครัวเรือน บำบัดน้ำเสีย 1.27 ล้าน ลบ.ม./วัน