ขณะที่ ดร.ชวดี โกศล ผู้จัดการแผนกวิจัย และประเมินผล สายการปฎิบัติงานภัยพิบัติ มูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก ได้นำคณะทำงานเข้าสำรวจความเสียหายในพื้นที่ ต.บ้านกล้วย ที่ได้รับความเสียหาย ทั้ง ชุมชน โรงเรียนบ้านกล้วย และวัดภายในพื้นที่ ต.บ้านกล้วย เพื่อเก็บข้อมูลประกอบการประเมิน ในการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่
ดร.ชวดี โกศล กล่าวว่า จากการลงพื้นที่สำรวจพบว่า น้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างมีประชาชนได้รับผลกระทบหลายพันหลังคาเรือน โดยจุดที่หนักที่สุดคือ ชุมชนหลังวัดกำแพงงามมีน้ำท่วมสูงและไหลเชี่ยว ประชาชนไม่สามารถออกมาขอรับความช่วยเหลือจากภายนอกได้ จึงจำเป็นต้องมีการประสานหน่วยกู้ภัยเข้าไปช่วยเหลือ พร้อมทั้งสำรวจความเดือดร้อนทั้งหมด เพื่อนำไปวางแผนในการนำความช่วยเหลือเข้ามาในวันต่อไป ทั้งถุงยังชีพและอาหารจากโรงครัวพระราชทาน ดำเนินการโดยมูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก เพื่อให้ผู้ที่เดือดร้อนสามารถเข้าถึงยารักษาโรคที่จำเป็นและอาหารจนกว่า สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ปกติ
โดย เกรียงไกร รัตนา / ศูนย์ข่าวภาคเหนือ
--------