รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จุติ ไกรฤกษ์ ระบุ ในการประชุมคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ วานนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

โดยมอบให้อนุกรรมการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเร่งศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้น และรายงานกลับมาภายใน 30 วัน ในระหว่างการประชุมได้มีเครือข่ายสลัม 4 ภาค ยื่นข้อเสนอของภาคประชาชนต่อนโยบายการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่งตนได้อ่านข้อเสนอทั้ง 4 ข้อในที่ประชุม และยังได้หารือกันว่า การจะเปลี่ยนแปลงวิธีการหรือระบบ จำเป็นต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ ไม่ได้มองเพียงมิติกฎหมาย แต่มองในมิติเศรษฐกิจ สังคม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และฐานะการคลังของประเทศ และที่สำคัญที่สุดคือยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก

 

นอกจากนี้ยังให้ตัวแทนของภาคประชาชนเสนอข้อมูล วิเคราะห์ผลดีผลเสีย และผลกระทบมาให้พิจารณา ซึ่งภาคประชาชนแจ้งว่าจะเสนอภายในวันที่ 30 กันยายนนี้

เกณฑ์ใหม่ ‘เบี้ยยังชีพ‘ คนชรายังไร้ข้อสรุป

โดยการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุยังคงเหมือนเดิมจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ และผู้ที่เคยได้รับสิทธิยังคงได้รับตลอดอย่างต่อเนื่อง

 

ส่วนข้อเสนอ 3 แนวทางของคณะอนุกรรมการฯ ที่ให้นำเส้นแบ่งความยากจน เรื่องของรายได้ และเรื่องของภาษี มาใช้ในการกำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธินั้น ยังไม่มีข้อสรุป โดยที่ประชุมเห็นว่ายังไม่มีความเห็นที่ครอบคลุมพอ เพราะจะมีผลกระทบแตกต่างกัน มีผลดี ผลเสียแตกต่างกัน ซึ่งต้องพิจารณาในมิติของกฎหมายด้วยว่ามีผลกระทบอย่างไร และต้องนำความเห็นภาคประชาชนที่จะเสนอมาในวันที่ 30 กันยายนนี้มาพิจารณาด้วย