เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดใจ! เหยื่อสาวหลังถูกหลอกไปค้าประเวณีที่ดูไบ

23 ก.ย. 2564 | Sarut

เปิดใจ! เหยื่อสาวหลังถูกหลอกไปค้าประเวณีที่ดูไบ

สระแก้ว - หญิงสาวที่ถูกหลอกไปค้าประเวณีที่ดูไบ เปิดใจนาทีอัดคลิปทั้งน้ำตาระบายความรู้สึกถึงครอบครัว กระทั่งมีเพจที่ร้องเรียนนำไปเผยแพร่จนได้รับความช่วยเหลือได้เดินทางกลับอย่างปลอดภัย ฝ่ายมารดาเผยดีใจสุด ๆ ที่ลูกรอดชีวิตได้กลับบ้าน ขอบคุณหน่วยงานที่ช่วยเหลือ

ภายหลังเกิดเหตุหญิงสาวชาว อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว อัดคลิปวิดีโอขอความช่วยเหลือ ระบุว่าถูกหลอกให้ไปทำงานที่ประเทศดูไบ โดยได้รับการติดต่อจากคนรู้จักเพื่อให้ไปทำงานอยู่ร้านนวด แต่เมื่อไปถึงกลับถูกบังคับให้ตัวเธอขายบริการจนทนไม่ไหว ต้องการเดินทางกลับไทย แต่กลับถูกนายจ้างยึดพาสปอร์ตและให้เธอชดใช้เงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางกว่า 70,000 บาท

เปิดใจ! เหยื่อสาวหลังถูกหลอกไปค้าประเวณีที่ดูไบ

ซึ่งเมื่อไม่สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือจากใครในประเทศดูไบได้ เพราะไม่สามารถสื่อภาษาได้ จึงส่งคลิปขณะร้องไห้เพราะทนไม่ไหว มาขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานสถานทูตและสื่อมวลชนผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กระทั่งได้รับการช่วยเหลือกลับสู่ประเทศไทยเมื่อวันก่อน ปัจจุบันเธอถูกนำไปกักตัวอยู่ที่พัทยา จ.ชลบุรี 14 วัน ตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข

เปิดใจ! เหยื่อสาวหลังถูกหลอกไปค้าประเวณีที่ดูไบ

ล่าสุดผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านพบกับนางสาว พวงฉันเทียะ อายุ 58 ปี บ้านพักอยู่ต.ตาหลังใน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว แม่ของ น.ส.สายสมร โกจันทร์ทึก สาวไทยที่ตกเป็นเหยื่อแก๊งหลอกลวงไปทำงานที่ประเทศดูไบ ซึ่งครอบครัวนี้มีลูกหลานที่ต้องดูแลเกือบ 10 คน

เปิดใจ! เหยื่อสาวหลังถูกหลอกไปค้าประเวณีที่ดูไบ

ส่วนหนึ่งเป็นลูกของลูกสาวที่ดิ้นรนไปทำงานต่างประเทศ เพื่อหาเงินสร้างครอบครัวที่มีฐานะยากจน โดยมี นายวันชัย นารีรักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองวังน้ำเย็นและทีมงาน สท.ในฐานะคนสระแก้ว ได้เดินทางมามอบสิ่งและเงินจำนวนหนึ่งช่วยเหลือครอบครัวนี้ด้วย

 

ทั้งนี้ นายอารยันต์ ท่าใหญ่ นายอำเภอวังน้ำเย็น นายอำนาจ พิพิธกุล กำนันตำบลตาหลังใน และนายอนันต์ งอนชัยภูมิ นายก อบต.ตาหลังใน พร้อมด้วยปลัดอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้เข้าพูดคุยกับครอบครัวผู้เดือดร้อน เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนหลังประสบเหตุการณ์ดังกล่าว

 

เนื่องจากครอบครัวนี้ต้องกู้เงิน เพื่อส่งให้ลูกเดินทางไปทำงานดังกล่าว ทำให้ปัจจุบันยังต้องเป็นหนี้นายทุนอยู่จำนวน 30,000 บาท โดยนางบังอร บัววิชัย รองนายก อบต.ตาหลังใน บอกว่า ทาง อบต.กำลังเสนอเรื่องไปยังเหล่ากาชาดจังหวัดสระแก้ว เพื่อพิจารณาช่วยเหลือปรับปรุงและสร้างบ้านให้กับครอบครัวนี้ใหม่ หลังจากพิจารณาแล้วถือเป็นครอบครัวที่มีฐานะยากจนและต้องมาประสบปัญหาดังกล่าวซ้ำเติมอีก

 

นางสาว พวงสันเทียะ อายุ 58 ปี แม่เหยื่อ เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า ขอบคุณหน่วยงานต่าง ๆ ที่ช่วยให้ลูกสาวตนสามารถกลับมาประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย พอรู้ว่าลูกสาวได้กลับมาเหยียบประเทศไทยก็ดีใจมาก คนเป็นแม่เมื่อรู้ว่าลูกปลอดภัยก็ดีใจอย่างบอกไม่ถูก ตอนนี้ลูกสาวถูกนำไปกักตัว 14 วัน ที่พัทยา จังหวัดชลบุรี

 

แต่เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจน อยู่กัน 9 คน เด็ก 5 คน ผู้ใหญ่ 4 คน ส่วนใหญ่ทำงานรับจ้าง รายได้ไม่แน่นอน บางครั้งข้าวไม่พอกินกัน ก็ไปขอข้าวจากวัดท่าตาสีมาให้หลานกินกัน คาดหวังว่า เมื่อลูกสาวไปทำงานต่างประเทศจะมีรายได้มาเลี้ยงครอบครัว จึงไปกู้เกิน 3 หมื่นบาท มาให้ลูกสาวไปทำงานต่างประเทศ แต่กลับมาถูกหลอก ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้เขา

ตอนไปถึงดูไบลูกบอกว่า แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ เมื่อวันที่ 16 ก.ย.64 หลังจากนั้นก็ไม่ได้ส่งข่าวมาอีกเลย จนทราบข่าวว่า ลูกไม่ได้ทำงาน ถูกหลอกก็ใจหายใจคว่ำได้ข่าวก็หัวใจแทบจะสลาย ที่ลูกไปเป็นอย่างนั้น ข่าวก็ไม่ดีแล้ว ลูกกลับมาเมืองไทยได้ก็ดีใจแล้ว

 

ขณะนั้นลูกโทรมาบอกว่าแม่หนูอยากกลับบ้าน ร้องไห้อย่างเดียวตาตูบหมด พอลูกพูดอย่างนั้น หัวใจแม่สลายเลย บอกว่ากลับมาก็ตั้งสติให้ดี ให้หน่วยงานเขาช่วย ดีแล้วลูกกลับมาก็ดีใจได้เห็นลูก พอได้ยินเสียงลูกก็ดีใจหน่อยว่าลูกปลอดภัย

 

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามความเป็นอยู่ของลูกสาวขณะกลับมาถึงประเทศไทย ซึ่งแม่ของเหยื่อหญิงสาวไทย ได้นำภาพของลูกสาวจากเฟซบุ๊กมาเปิดให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมกับพูดว่า ดีใจมากลูกสาวได้กลับมาเมืองไทย ตอนนั้นกินนอนไม่ได้ ขอให้เขาช่วยลูกให้กลับมาเมืองไทย ก็ดีใจแล้ว ขอบคุณหลาย ๆ ที่ช่วยลูกกลับมาได้ แม่ดีใจลูกอย่าคิดมาก เราได้กลับมาอยู่กับลูกอยู่กับแม่ ก็บอกลูกอย่างนั้น

 

"ลูกบอกกับแม่ว่า หนูเข็ดแล้ว ร้องไห้ ก็บอกว่าไม่ต้องร้องลูก ให้ได้กลับมาเมืองไทยแม่ก็ดีใจแล้วลูก ทุกวันนี้ถ้าลูกอยู่ใกล้ ๆ จะหาห้า หาสิบก็อยู่ได้ ดีกว่าไปอยู่ไกล เป็นอะไรมาจะทำอย่างไร ลูกกลับมาก็อยากให้ทำงานอยู่ใกล้ ๆ ได้เท่าไหร่ก็พอได้เลี้ยงชีพเลี้ยงลูกไปก็พอ"

 

ส่วน น.ส.สายสมร โกจันทร์ทึก หญิงสาวไทยที่ถูกหลอกไปทำงานดังกล่าว ให้ข้อมูลผ่านทางโทรศัพท์ว่า ระหว่างอัดคลิปตนเองได้ระบายความรู้สึกบอกกับญาติว่า อยากกลับบ้าน อยากกลับมาหาพ่อ แม่ และลูก พร้อมกับร้องไห้ จนกระทั่งมีเพจที่ร้องเรียน นำไปเผยแพร่ และโพสต์รูปภาพเพิ่มเติมถึงการสนทนาระหว่างตนเอง ขณะเข้ามาขอความช่วยเหลือ จนกระทั่งได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานไทย หลังมีการแชร์เรื่องราวออกไป เพื่อให้เกิดการตรวจสอบเรื่องนี้ขึ้นจนได้รับการช่วยเหลือ

 

 

ข่าวล่าสุด