“ยืนยันว่าส่งคนไปที่วัดดังกล่าวมาหลายปีแล้ว ก็ไม่เคยมีปัญหา ผู้ปกครองพอใจทุกคน ยืนยันว่าการให้ข่าวร้าย ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดจากคนที่ผมส่งไปแล้วมาให้ข่าวร้าย ๆ เช่นนั้น และทราบด้วยว่าคนที่ให้ข่าวเป็นคนร้อยเอ็ด ที่เดินทางไป กับ อส.ตร.จริง แต่ไม่ใช่ผม เพราะมี อส.ตร.หลายคน รายที่ออกมาโวยวาย จนเกิดข่าวร้าย ๆ เกิดจากติดยาคนหนึ่ง ที่ อ.ธวัชบุรี ที่เดินทางไปกับ อส.ตร.อีกคน ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น “นายจิตติ กล่าว และว่า ที่ทราบคือเหตุเกิดขึ้นในวันที่เจ้าอาวาสวัดแห่งนี้มรณภาพ จึงเกิดเรื่องขึ้นเพราะหลังจากเจ้าอาวาสวัดมรณภาพ เพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็เกิดข่าวร้าย ๆ เกิดขึ้น ภายในวันเดียวกัน ซึ่งน่าจะมีอะไรอยู่เบื้องหลัง ซึ่งตนก็ไม่ทราบเป็นมาอย่างไร
ในขณะสอบถามผู้ปกครองเด็กที่มาให้ปากคำ กล่าวว่า ทุกอย่างตนเองยินยอมพร้อมใจ อยากให้ลูกหลานที่ติดยาได้รับการบำบัด จึงติดต่อกันเองกับ ตร.อาสา ที่เคยพาคนไปบำบัดได้ผลจำนวนมาก และรับว่ามีการจ่ายเงินทั้งค่าจ้างพาไป ยินยอมจ่ายเงิน ให้กับทางวัด เป็นค่าใช้จ่าย ค่าอาหารรายเดือนจริง ตามข้อตกลงกับทางวัดเพื่อจ่ายค่าอาหาร ส่วนกรณี ที่มีข่าวว่าจะกลับก็ต้องมีการเสียเงินก็รับว่ามีในเงื่อนไขจริง เพราะมีการทำสัญญากับทางวัด ว่าจะต้องอยู่จนกว่าจะเลิกยาได้ จึงจะให้กลับ เพราะทางวัดมีเป้าหมายเพื่อควบคุม ให้เข้าบำบัดแล้วหายจริง เพื่อไม่ให้เสียชื่อวัด ว่ารักษาไม่หาย จึงตั้งเงื่อนไขนี้ขึ้น ซึ่งพวกตนก็ยอมรับ เพราะอยากให้ลูกหาย ซึ่งก็ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น หลังจากลูกไปอยู่ก็ติดต่อกันตลอดเวลา และไม่มีปัญหาอะไร แต่ล่าสุด ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น จึงเกิดเรื่องขึ้นมาในลักษณะที่เป็นข่าวในทางลบเกิดขึ้น
โดย - ธวัชชัย กฤติยาวรกุล