ชุมพร - สาวใหญ่สุดดื้อฝืนคำสั่งตรวจหาเชื้อโควิด หลังใกล้ชิดญาติติดเชื้อทั้งบ้าน 5 รายเดือดร้อนจนท.กางข้อกฎหมายให้ฟัง-พ่อแม่ช่วยร่วมเกลี้ยกล่อมยังไม่เป็นผล

14 กันยายน 2564 เมื่อเวลา 16.00 น. นายบุญก้อง ศรีสงคราม ปลัดอำเภอสวี หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงได้รับแจ้งจากนายสายันต์ ทองเนตร อายุ 50 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 11 ตำบลทุ่งระยะ อ.สวี จ.ชุมพรว่ามีลูกบ้านเพศหญิงรายหนึ่งซึ่งมีความเสี่ยงสูงใกล้ชิดญาติที่ติดเชื้อโควิด-19 กันทั้งบ้านรวม 5 ชีวิตโดยกักตัวแต่ไม่ยอมตรวจหาเชื้อโควิด ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าหน้าที่ควบคุมโรค แม้เข้าเจรจาหลายครั้งแล้วก็ตามภายหลังได้รับแจ้งจึงรายงานให้ นายศิลปชัย เรือนสูง นายอำเภอสวี ผู้บังคับบัญชาทราบพร้อมด้วยนายดารากร จันทนา ปลัดอำเภอ สมาชิก อส. นายสายันต์ ทองเนตร ผู้ใหญ่บ้าน

สาวใหญ่ฝืนคำสั่งไม่ตรวจหาเชื้อทำติดยกบ้านร่วม 5 ชีวิต
 

ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นางประไพรัตน์ จิตรา อายุ 50 ปี อสม. และนายอรรถพันธ์ โกสิทธิ์ นายก อบต.ทุ่งระยะเดินทางไปยังบ้านหลังดังกล่าว พบหญิงสาว อายุ 43 ปีคนดังกล่าว โดยอยู่อาศัยร่วมกับสมาชิกภายในครอบครัวรวม 5 ชีวิตต่อมานายบุญก้อง ปลัดอำเภอสวี หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง ได้เข้าพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจถึงมาตรการควบคุมโรคแต่หญิงสาวคนดังกล่าวได้โต้เถียงโดยอ้างถึงเหตุผลตนเองเป็นหลัก พร้อมถามกลับปลัดอำเภอว่า “เขาผิดอะไรถ้าไม่ไปตรวจ”

สาวใหญ่ฝืนคำสั่งไม่ตรวจหาเชื้อทำติดยกบ้านร่วม 5 ชีวิต

หลังจากนั้นทางปลัดอำเภอจึงได้กางเอกสารข้อกฎหมายอ่านให้หญิงสาวคนดังกล่าวฟัง ตามพ.ร.บ.โรคติดต่อ หมวด 6 การป้องกันโรคและควบคุมโรค โดยพอสังเขปดังนี้ ตามมาตรา 36 (1) “ให้ผู้ที่เป็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดหรือผู้ที่เป็นผู้สัมผัสโรคหรือพาหะ มารับการตรวจหรือรักษา หรือรับการชันสูตรทางการแพทย์และเพื่อความปลอดภัยอาจดำเนินการโดยการแยกกัก หรือคุมไว้สังเกต ณ สถานที่ซึ่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อกำหนดจนกว่าจะได้รับการตรวจและชันสูตรทางการแพทย์ว่าพ้นระยะติดต่อของโรคหรือสิ้นสุดอันควรสงสัย”และข้อกฎหมายอื่นๆที่ปลัดอำเภอพยายามอธิบายให้หญิงสาวเข้าใจง่ายขึ้น

ทั้งนี้นายบุญก้อง ปลัดอำเภอสวีฯหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงและจ้าพนักงานควบคุมโรคจึงได้อ่านบทกำหนดโทษ ถ้าผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม ตามมาตรา 51 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคหรือไม่อำนวยความสะดวกแก่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท”ถึงแม้ว่าทางเจ้าหน้าที่จะอธิบายถึงความจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำสั่งและถึงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนแล้ว
 

หญิงสาวคนดังกล่าวยังโต้เถียงเจ้าหน้าที่และญาติอยู่ในเหตุการณ์ช่วยกันเจรจากระทั่งพ่อกับแม่ของหญิงคนดังกล่าวเดินทางเข้ามาพุดคุยเจรจาเกลี้ยกล่อมก็ไม่เป็นผลแต่อย่างใด

สาวใหญ่ฝืนคำสั่งไม่ตรวจหาเชื้อทำติดยกบ้านร่วม 5 ชีวิต

นางประไพรัตน์ จิตรา อายุ 50 ปี อสม.และเป็นพี่สาวของหญิงสาวผู้มีความเสี่ยงสูง และนายสายันต์ ทองเนตร ผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวได้ความว่าบ้านหลังดังกล่าวมีสมาชิกอาศัยอยู่ในครอบครัวจำนวน 5 คน
โดยทั้งหมดมีความเสี่ยงสูงใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากบ้านญาติซึ่งติดเชื้อโควิดทั้งบ้านรวม 5 รายอยู่ห่างกันเพียง 30-40 เมตรเท่านั้น โดยทั้งสองหลังนี้จะไปมาหาสู่กันและนั่งรถยนต์คันเดียวกัน

หลังจากทราบว่าบ้านญาติที่อยู่ใกล้กันติดเชื้อ หญิงสาววัย 43 ปีได้ให้ลูกสาวและหลานไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลซึ่งอยู่ในระหว่างรอผลในวันที่ 15 กันยายน นี้ส่วนหญิงสาววัย 43 ปี กักตัวอยู่บริเวณบ้านพัก แต่ไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตรวจหาเชื้อโควิด

หลังจากนั้นผู้ใหญ่บ้านและ อสม.เข้ามาพูดคุยทำความเข้าใจอยู่หลายรอบจนกระทั่งได้แจ้งไปยังปลัดอำเภอสวีพร้อมกำลังร่วมเจรจาขนาดกางเอกสารข้อกฎหมายยืนอ่านให้ฟังต่อหน้าแล้วก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้
ส่วนเจ้าหน้าที่จำเป็นบังคับใช้กฎหมายหรือไม่นั้นอยู่ในระหว่างการพิจารณาอีกครั้งก่อนเจ้าหน้าที่เดินทางกลับได้ร่วมกับผู้นำชุมชนใช้เชือกกั้นบริเวณพร้อมติดป้ายกักตัว 14 วัน ปฏิบัติเหมือนกับรายอื่นๆอีก 9 รายในพื้นที่ตำบลเดียวกัน


ภาพ/ข่าว โดย:
ประสิทธิ์ ลีฬหคุณากร  จ.ชุมพร