นายมนตรี กล่าวอีกว่า หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ลงพื้นที่มาตรวจสอบเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุแล้ว ได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในซอยสายบัว พบว่าในช่วงเวลาดังกล่าวมีกลุ่มวัยรุ่นนับ 10 คน พร้อมด้วยอาวุธครบมือก่อเหตุทะเลาะวิวาทไล่ทำร้ายกับกลุ่มคู่กรณีในช่วงเวลาเคอร์ฟิวอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ก่อนจะมีเสียงดังคล้ายอาวุธปืนดังออกเป็นระยะ ซึ่งคาดว่ากระสุนของกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุไล่ทำร้ายกันคงยิงพลาดมาถูกกระจกหน้าบ้านและผนังกำแพงจนได้รับความเสียหาย
ทำให้เช้าในวันต่อมาตนได้เดินทางไปเข้าแจ้งความที่ สภ.ปากเกร็ด และเดินทางไปที่สำนักงานเทศบาลนครปากเกร็ดเพื่อจะขอภาพจากกล้องวงจรริมถนนเพื่อนำมาใช้เป็นหลักฐานในการติดตามกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ ปรากฏว่ากล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าวเสียทั้งหมด ทำให้ไม่มีหลักฐานในการติดตามตัวกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเทศบาลนครปากเกร็ด ถึงปล่อยให้กล้องวงจรปิดเสียหาย ใช้การไม่ได้แบบนี้ โชคดีที่กระสุนปืนไม่ไปถูกใครในบ้าน