ผู้ว่าฯเผยมวลน้ำแม่น้ำป่าสัก เริ่มเข้าเขตอ.เมืองเพชรบูรณ์แล้ว สั่งกำชับพร้อมรับสถานการณ์ขั้นสูงสุด ยอมรับไม่หนักใจเตรียมแผนรองรับไว้อยู่แล้ว

13 กันยายน 2564 นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์  กล่าาว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมในภาพรวมในเขต อ.หล่มสักตอนนี้ลดระดับลงแล้ว โดยมวลน้ำขณะนี้อยู่ที่ปากดุก อ.หล่มสัก และส่วนหัวของมวลน้ำเริ่มเข้าที่ ต.ท่าพล อ.เมืองเพชรบูรณ์แล้ว ได้กำชับให้ทางอำเภอเมืองและนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์  ให้จับตาดูสถานการณ์มวลน้ำที่จะไหลผ่านเขตพื้นที่อำเภอเมือง โดยเฉพาะเทศบาลเมืองฯ โดยให้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์ขั้นสูงสุด ในการป้องกันน้ำไม่ให้น้ำแม่น้ำป่าสักเอ่อท่วมพื้นที่ในเขตเมือง ส่วนเขตพื้นที่การเกษตรก็อาจจะได้รับผลกระทบบ้าง ซึ่งตอนนี้ทุกฝ่ายก็พยายามป้องกันไม่ให้มวลน้ำก้อนนี้สร้างความเสียหาย และเชื่อว่าหากผ่านวันพรุ่งนี้ไปได้สถานการณ์ก็จะน่าจะไม่มีผลกระทบอะไร และมวลน้ำก้อนนี้ก็จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างของจังหวัด

 

นายกฤษณ์  กล่าวว่า  เวลานี้เราคาดเดาได้เลยว่าน้ำท่วมเพชรบูรณ์ จะเริ่มตรงจุดไหนและไปท่วมตรงไหน เราสามารถคำนวนได้แม้กระทั่งระยะเวลา ฉะนั้นการแก้ปัญหาระยะยาว ได้กำชับให้ทุกอำเภอประสานกับทางชลประทานหาแนวทางแก้ไขอาทิ ทางเบี่ยงน้ำ บายพาสน้ำ โดยยกตัวอย่างคลองลัดโพธิ์ซึ่งในหลวง ร.9 ทรงทำที่แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นบายพาสน้ำไม่ให้เข้าสู่เขตตัวเมือง โดยเฉพาะอ.หล่มสักและอ.เมืองควรเร่งศึกษา ส่วนเทศบาลเมืองมีระบบป้องกันน้ำค่อนดีเยี่ยมอยู่แล้ว มีคันกั้นน้ำหรือผนังกั้นน้ำเป็นระบบป้องกันน้ำเข้าเมือง ก็ได้แจ้งนายกเทศมนตรีฯให้หาแนวทางเสริมคันหรือผนังกั้นน้ำโดยให้เร่งของบฯในช่วงนี้เลย เพราะน้ำท่วมก็จะรู้ว่าจุดอ่อนอยู่ตรงไหน ก็เร่งของบฯมาดำเนินการเนิ่นๆ ส่วนเขตพื้นที่หล่มสักก็จะประสานทางนายกเทศมนตรีเช่นกัน ให้หาทางเบี่ยงน้ำหรือให้น้ำผ่านชมชนเมืองหล่มสักให้น้อยที่สุด
 

นายกฤษณ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจมน้ำเสียชีวิต เหตุการณ์นี้ไม่มีใครอยากให้เกิด และช่วงที่น้ำท่วมหนักก่อนหน้านี้ 2-3 วันก็สบายใจเพราะไม่เกิดเหตุการณ์มีผู้เสียชีวิตมาตลอด แต่กรณีนี้จากรายงานผู้เสียชีวิตอาจมีโรคประจำตัวและเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ซึ่งกลับจากไปทำงานฉีดวัคซีนป้องกันโควิดที่โรงพยาบาลสนาม ขณะเดินทางกลับบ้านเกิดอาการวูบจนพลัดตกน้ำจนเสียชีวิต ก็ต้องแสดงความเสียใจกับทางครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย

 

ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ยังแสดงความหนักใจ เนื่องจากอยู่ในช่วงโควิดระบาดและยังมีสถานการณ์น้ำท่วมมาซ้ำเติมอีก โดยนายกฤษณ์ กล่าวว่า เกรงพี่น้องประชาชนจะเดือดร้อน เรื่องทำงานไม่หนักใจ  แต่เรื่องความเดือดร้อนประชาชนยอมรับมีความหนักใจ แต่เชื่อว่าพายุโซนร้อนลูกนี้ไม่มีผลกระทบต่อจังหวัดเพชรบูรณ์เพิ่มเติมแล้ว เพราะ 2 วันมานี้ฟ้าเปิดและจากข่าวสารอุตุนิยมวิทยาก็แจ้งว่าเส้นทางพายุลูกนี้เปลี่ยนผ่านไปทางอื่น โดยไม่ผ่านเพชรบูรณ์แล้ว ส่วนสถานการณ์โควิดของจ.เพชรบูรณ์ก็ดีขึ้น ล่าสุดได้รับรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อไม่มากแล้ว ราวแค่ 10-30 รายอยู่ประมาณนี้ซึ่งเราสามารถควบคุมได้

โดย - สุนทร คงวราคม