สธ.-ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ รณรงค์หญิงตั้งครรภ์ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด พบสถิติเสียชีวิตน่าห่วง เร่งกระจายวัคซีนถึงจุดฝากครรภ์ฉีดได้ทันที ตั้งเป้า 1 เดือน 1 แสนราย เริ่มวันนี้

13 กันยายน 2564 นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวถึงการเดินหน้าเดือนแห่งการรณรงค์หญิงตั้งครรภ์เข้ารับวัคซีนป้องกันโควิด 19 "1 เดือน 1 แสนราย" ว่า ปัจจุบันหญิงตั้งครรภ์ที่ติดโควิด 19 มีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ ร้อยละ 2 ล่าสุด ไทยจะมีหญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์เกิน 3 เดือนไปแล้ว ราว 500,000 ราย

สธ. ตั้งเป้าฉีดวัคซีนหญิงตั้งครรภ์ 1 เดือน 1 แสนราย เริ่มวันนี้

ซึ่งในจำนวนนี้ฉีดวัคซีนเพียง 55,000 ราย เท่านั้น กรมอนามัยร่วมกับราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ ตั้งเป้ารณรงค์ฉีดวัคซีนให้หญิงตั้งครรภ์ให้ได้ 1 เดือน 1 แสนราย เริ่มวันนี้ (13 ก.ย.64) ถึง 13 ต.ค.2564 โดยจะส่งวัคซีนตรงไปยังแพทย์ที่ดูแลรับฝากครรภ์อยู่แล้ว บริการฉีดให้หญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ทันที หรือหากจุดฉีดมีวัคซีนให้สามารถฉีดแก่หญิงตั้งครรภ์เกิน 3 เดือนได้ทันที โดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า พร้อมจะฉีดเชิงรุกลงพื้นที่ใกล้บ้านที่สุดเพื่ออำนวยความสะดวก ประสานกับ รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทำความเข้าใจกับกลุ่มที่ไม่ได้ฝากครรภ์ให้เข้ามารับการฉีดด้วย

โดยจะใช้ 2 สูตรหลักเพื่อฉีด ได้แก่ สูตรไขว้ซิโนแวคเข็ม 1 และแอสตร้าเซเนก้าเข็ม 2 กับสูตรแอสตร้าฯ ทั้ง 2 เข็ม หญิงตั้งครรภ์เกิน 3 เดือนขึ้นไปควรไปรับวัคซีนให้เร็ว อย่ารอเลือกยี่ห้อ เพราะวัคซีนทุกตัวล้วนป้องกันการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้

สธ. ตั้งเป้าฉีดวัคซีนหญิงตั้งครรภ์ 1 เดือน 1 แสนราย เริ่มวันนี้

“ความเสี่ยงผลกระทบจากวัคซีนของหญิงตั้งครรภ์เท่าเทียมกับคนทั่วไป ไม่เป็นอันตรายแก่เด็กในท้อง หากฉีดตามเกณฑ์ที่กำหนด ผู้ที่อายุครรภ์มาก ช่วงไตรมาสท้ายของครรภ์ที่โตขึ้นจะดันปอด ทำให้หายใจลำบากอยู่แล้ว หากเกิดการติดเชื้อแล้วเกิดอาการหนัก จะซ้ำเติมระบบหายใจให้ลำบาก การฉีดวัคซีนจะป้องกันอาการหนักเมื่อติดเชื้อได้ และภูมิคุ้มกันที่แม่ได้จะส่งต่อถึงเด็กในท้องด้วย” นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย อธิบายเพิ่มเติม

 

ที่มา:กรมประชาสัมพันธ์