เนชั่นทีวี

ข่าว

“15 ปี”ปลูกพืชแบบผสมผสาน-ฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยอำเภอลับแล

09 ก.ย. 2564 | supee

“15 ปี”ปลูกพืชแบบผสมผสาน-ฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยอำเภอลับแล

อุตรดิตถ์ -ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอุตรดิตถ์ ชูความสำเร็จ 15 ปี โครงการปลูกพืชแบบผสมผสาน พื้นที่ประสบอุทกภัยอำเภอลับแล มีไม้ผลเศรษฐกิจหลายชนิดปลูกไว้และมีรายได้ตลอดทั้งปี จากการบันทึกบัญชีครัวเรือนปี 2563 เกษตรกรมีรายได้อยู่ที่ 3,138,962 บาท รายจ่าย 648,313 บาท

วันที่ 9 กันยายน 2564 นางอารีรัตน์ พระเพชร ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยนักวิชาการเกษตร ลงพื้นที่เกษตรกรต้นแบบโครงการปลูกพืชแบบผสมผสาน พื้นที่ประสบอุทกภัย ที่ ต.แม่พูล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ เพื่อติดตามและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไม้ผล หลังประสบภัยธรรมชาติครั้งรุนแรงที่สุด คือ เหตุการณ์ดินโคลนถล่ม สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ทำการเกษตรมากว่า 70% บ้านเรือนของเกษตรกรเสียหายจำนวนมาก

“15 ปี”ปลูกพืชแบบผสมผสาน-ฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยอำเภอลับแล

นางอารีรัตน์ กล่าวว่า เมื่อเดือนพฤษภาคม 2549 หรือ 15 ปีที่ผ่านมา เกษตรกรอำเภอลับแลประสบภัยดินโคลนถล่ม สวนทุเรียน ลองกอง พืชเศรษฐกิจหลักได้รับความเสียหาย ครั้นเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2549 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังบ้านแม่เฉย หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านด่านนาขาม ได้พระราชทานพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพัฒนาฟื้นฟูสภาพป่า และสวนเกษตรกรให้กลับมาประกอบอาชีพ และมีรายได้โดยเร็ว ทั้งในระยะสั้น ระยะยาว และอย่างยั่งยืน

“15 ปี”ปลูกพืชแบบผสมผสาน-ฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยอำเภอลับแล

 กรมวิชาการเกษตร โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอุตรดิตถ์ ได้สนองพระราชดำริ ให้การสนับสนุน ไม้ผลพันธุ์ดี เพื่อให้เกษตรกรได้สร้างสวนไม้ผลขึ้นมาใหม่ในรูปแบบของการปลูกพืชแบบผสมผสานอย่างเป็นระบบ การจัดทำแปลงต้นแบบจำนวน 5 แปลง เกษตรกร 5 ราย เนื่องจากทุเรียน ลองกอง ใช้เวลา 5-10 ปีให้ผลผลิต ศูนย์ฯจึงสนับสนุนหน่อกล้วยน้ำว้าและต้นกล้าไผ่ เป็นพืชที่โตไว ดูแลรักษาง่ายศัตรูรบกวนน้อย สามารถเก็บผลผลิตเป็นรายได้ตั้งแต่ปีแรกจนถึงปีที่ 4 และสนับสนุน ปลูกพืชหลักตามวิถีชาวลับแล คือ ทุเรียน มะยงชิด ลองกอง ซึ่งใช้ระบบเวลา 5-8 ปีเก็บผลผลิตได้ เพื่อให้เป็นพืชสร้างรายได้ในระยะยาว ควบคู่กับการอบรมเกษตรกร เรื่องเทคโนโลยีการปลูกพืชแบบผสมผสาน เพื่อช่วยให้เกษตรกรมีรายได้หมุนเวียนทั้งปี และปลูกพืชผักสวนครัวแซมในแปลงเป็นแหล่งอาหาร

 

“15 ปี”ปลูกพืชแบบผสมผสาน-ฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยอำเภอลับแล

“ปีนี้เป็นปีที่ 15 ของการดำเนินโครงการฯ แปลงของเกษตรกรต้นแบบ นางแสงทอง ไชยนุลักษณ์ 1 ในเกษตรกรต้นแบบ ซึ่งได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติดินโคลนถล่ม ปัจจุบันมีรายได้ตลอดทั้งปี จากปลูกพืชแบบผสมผสานอย่างเป็นระบบ มีทั้งไม้ผลหลัก ไม้รอง และมีพืชเสริมเป็นพืชผักสวนครัวไว้สำหรับบริโภคในครัวเรือน และยังแจกจ่ายให้กับเพื่อนบ้านในชุมชนอีกด้วย ปัจจุบันเกษตรกรข้างเคียงได้นำต้นแบบการปลูกพืชแบบผสมผสาน และเทคโนโลยีการผลิตไปใช้ และนักวิชาการเกษตรยังได้ติดตาม ให้คำแนะนำเป็นพี่เลี้ยงในการผลิตพืชอย่างต่อเนื่อง”นางอารีรัตน์ กล่าว

 

“15 ปี”ปลูกพืชแบบผสมผสาน-ฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยอำเภอลับแล

นางแสงทอง ไชยนุลักษณ์ 1 ในเกษตรกรต้นแบบโครงการปลูกพืชแบบผสมผสาน พื้นที่ประสบอุทกภัยอำเภอลับแล กล่าวว่า ชาวทุเรียน ลองกองได้รับความเสียหายจากดินโคลนถล่มเมื่อ 15 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันฟื้นฟูและอุดมสมบูรณ์กว่าเดิม จากที่เคยปลูกพืชเชิงเดียว คือ ทุเรียน ลองกอง ปรับมาปลูกแบบผสมผสาน หลากหลายชนิด ให้ผลผลิตและรายได้ตลอด ทั้งปี มีทั้งไม้ผลหลัก ไม้รอง และมีพืชเสริมเป็นพืชผักสวนครัวไว้สำหรับบริโภคในครัวเรือน และยังแจกจ่ายให้กับเพื่อนบ้าน ในชุมชนอีกด้วย ไม้ไผ่ที่ปลูกตั้งแต่ปีแรกๆ ที่เข้าร่วมโครงการพอทุเรียน มะยงชิด เริ่มโต ก็ต้องตัดไม้ไผ่ออกเพื่อไม่ให้บังร่ม เงา แต่ก็จะขยายไปปลูกแปลงอื่น ไว้เป็นไม้ใช้สอย และเก็บหน่อไว้กินไว้ขายได้ 

 

“15 ปี”ปลูกพืชแบบผสมผสาน-ฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยอำเภอลับแล

ที่สำคัญศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร อุตรดิตถ์ยังให้ความรู้ที่ถูกต้องสำหรับการผลิตพืชให้มีคุณภาพ ตามแนวทางการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) ในปัจจุบันนี้แปลงที่เคยได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์อุทกภัยดินโคลนเมื่อเดือนพฤษภาคม 2549 ได้รับการฟื้นฟู มีไม้ผลเศรษฐกิจหลายชนิดปลูกไว้ และทำให้มีรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี จากการบันทึกบัญชีครัวเรือน ในปี 2563 เกษตรกรมีรายได้อยู่ที่ 3,138,962 บาท รายจ่าย 648,313 บาท

 

“15 ปี”ปลูกพืชแบบผสมผสาน-ฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยอำเภอลับแล

 

โดย บุญพิมพ์ ใบยา / อุตรดิตถ์

ข่าวล่าสุด