วันที่ 7 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องขอความช่วยเหลือจาก นางทองเย็น หิรัญเพิ่ม อายุ 58 ปี อยู่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ว่า ตนเองกำลังกังวลใจเป็นอย่างมาก หลังจากที่สมาชิกในบ้านจำนวน 5 คน ล้มป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19ไปแล้ว 4 คน เป็นพี่สาว น้องชาย และหลานอีก 2 คน ส่วนตนเองซึ่งเป็นคนสุดท้ายของบ้าน เริ่มมีอาการบ้างแต่ยังไม่ถึงขั้นล้มป่วย ทำให้ต้องกักตัวอยู่บ้านตามลำพังเพียงคนเดียวในตอนนี้ เนื่องจากบัตรประชาชนรุ่นเก่าแบบที่กระดาษรูปถ่ายขาวดำของตนเองหมดอายุมานานแล้ว
ปรากฏว่าหลังคนในครอบครัวทั้ง 4 ราย ซึ่งตรวจพบเชื้อโควิด-19ถูกนำส่งไปรักษาตัวแล้ว แต่ตนเองซึ่งมีแต่บัตรประชาชนรุ่นเก่าและบัตรก็หายไปนานแล้ว เมื่อไปตรวจสอบสิทธิ์ที่จะขอเข้ารับการรักษาตัว ก็พบว่าชื่อของตนในทะเบียนราษฎร์ถูกแจ้งว่าเสียชีวิตไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่ตนยังคงมีชีวิตอยู่ สร้างความงุนงงให้กับตนเป็นอย่างมาก ทำให้ตนเองไม่มีสิทธิ์เข้ารับการรักษาตามสวัสดิการต่าง ๆ ปัจจุบันตนทำได้เพียงแค่กักตัวรักษาตัวที่บ้านเท่านั้น โดยมีเจ้าหน้าที่มาส่งอาหารและยารักษาโรคให้
นางทองเย็น กล่าวอีกว่า พื้นเพเดิมตนเป็นคนจังหวัดปราจีนบุรี เข้ามาทำงานอาศัยอยู่ในกรุงเทพจนได้สามีคือนายผดุง จำนามสกุลไม่ได้ เป็นชาวจังหวัดพิษณุโลก จากนั้นต่อมาได้ย้ายรกรากไปอยู่ที่บ้านสามีที่จังหวัดพิษณุโลก โดยสามีเป็นคนทำเรื่องย้ายชื่อของตนเข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านเขาตอนที่ตนตั้งท้องลูกชายคนแรก แต่ต่อมาตนกับสามีได้แยกทางกัน ตนจึงหนีกลับมาอยู่อาศัยที่จังหวัดนนทบุรีจนเหตุการณ์ผ่านมานานเกือบ 40 ปี โดยที่ลูกชายอยู่กับนายผดุง จากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกับนายผดุงและลูกชายมาอีกเลย