แต่ช่วงนั้นใกล้จะค่ำแล้ว จึงไม่มีใครเข้ามาช่วย จากนั้นเขาก็พากันขับรถจักรยานยนต์แยกย้ายกันไป ตนก็ได้พาเพื่อนรุ่นน้องกลับบ้าน และในวันต่อมาแขนบวมจึงได้ไปหาหมอเอ็กซเรย์ดู จึงพบว่ากระดูกที่หลังมือและนิ้วก้อยแตกหัก หมอจึงได้เข้าเฝือกไว้ก็ไม่รู้ว่าจะหายเมื่อไหร่ ตนจึงได้มาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ สภ.ภูสิงห์ โดยตั้งใจจะดำเนินการทางคดีให้ถึงที่สุด จากนั้นในช่วงสายของวันที่ 3 กันยายน 2564 กลุ่มที่ทำร้ายตนได้ส่งตัวแทนมาขอเจรจาชดใช้ค่าเสียหาย ตนเรียกร้องไป 30,000 บาท แต่สุดท้ายยอมจ่ายให้ตนเพียง 12,000 บาท พร้อมกับข่มขู่ตนจึงยอมที่จะรับเงินไว้เพื่อไม่ให้ความเดือดร้อนมาถึงแม่และครอบครัว เพราะตนเชื่อว่าหากไม่ยอมรับเงินเคลียร์ ยอมความก็อาจจะถูกมาลอบทำร้ายได้ภายหลัง ส่วนน้องผู้ชายยังไม่ได้รับการติดต่อแต่ทราบว่าน้องจะไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกทำร้ายเช่นกันในวันจันทร์ที่ 6 กันยายน นี้
ส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูสิงห์ ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามกับเจ้าของคดี ร้อยตำรวจเอก ณัฐกฤษฎ์ อินธิ์ทิสอน ร้อยเวรสอบสวนคดีดังกล่าวยืนยันว่าจะต้องเรียกคู่กรณีมาสอบสวนดำเนินคดีอาญาในการกล่าวโทษทำร้ายผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนการเคลียร์คดีทางแพ่งก็จบไป แม้ผู้เสียหายจะไม่ติดใจ แต่ในด้านคดีอาญาต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งจะได้เรียกผู้ที่เสียหายและพยานมาสอบก่อน ที่จะออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
โดย - พงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์