นักวิชาการโคราช ชี้ผลโหวต 6 รมต.ส่อเกิดความร้าวฉานในพรรคร่วม
04 ก.ย. 2564 | suriya_pat

นักวิชาการโคราช ชี้ผลโหวต 6 รมต. แม้ผ่านความไว้วางใจทั้งหมด แต่ “บิ๊กตู่” ได้คะแนนน้อยน่าผิดหวังสุด ระบุส่อเกิดความร้าวฉานในพรรคร่วมรัฐบาล มั่นใจมีปรับ ครม.แน่
ข่าว
04 ก.ย. 2564 | suriya_pat

นักวิชาการโคราช ชี้ผลโหวต 6 รมต. แม้ผ่านความไว้วางใจทั้งหมด แต่ “บิ๊กตู่” ได้คะแนนน้อยน่าผิดหวังสุด ระบุส่อเกิดความร้าวฉานในพรรคร่วมรัฐบาล มั่นใจมีปรับ ครม.แน่
4 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาลงมติในญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จำนวน 6 คน หลังผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลมาแล้ว 4 วัน ซึ่งผลการลงมติปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้คะแนนไว้วางใจ 264 คะแนน ไม่ไว้วางใจ 208 คะแนน งดออกเสียง 3 คะแนน ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นๆ อีก 5 คน ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส ได้รับคะแนนไว้วางใจอย่างท่วมท้นกันทุกคนนั้น
ซึ่งวันนี้ ผศ.ดร.อดิศร เนาว์นนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ได้ติดตามชมการถ่ายทอดสดการลงมติอย่างใกล้ชิด โดยภายหลังจากทราบผลการลงมติแล้ว ผศ.ดร.อดิศรฯ กล่าวว่า จากผลการยกมือลงมติของ ส.ส.ในครั้งนี้ ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับเนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจใดๆ เลย แต่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ทางการเมืองมากกว่า ถ้าดูภาพรวมคนที่น่าผิดหวังมากที่สุด คงจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ซึ่งได้รับคะแนนไว้วางใจเพียงแค่ 264 คะแนน ถือว่าต่ำมาก ทั้งที่ช่วงที่มีการอภิปรายก็ได้มีการวิ่งแก้เกมกันแล้ว โดยตั้งความคาดหวังไว้ว่าน่าจะได้ขั้นต่ำ 270 คะแนน แต่ได้จริงๆ เพียงแค่ 264 คะแนน
ซึ่งสะท้อนถึงความร้าวฉานในพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะความร้าวฉานในพรรคพลังประชารัฐเอง ขณะเดียวกันในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งรัฐมนตรีทั้ง 2 คน ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข กับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้ 269 คะแนนเท่ากัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทย มีคอนเนคชั่นที่ดีทั้งจากพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน ที่มักจะเรียกกลุ่มงูเห่าซึ่งพร้อมที่จะมาอยู่กับพรรคภูมิใจไทย ทั้งที่เนื้อหาหลักในการอภิปรายครั้งนี้ ให้น้ำหนักมากในเรื่องการบริหารจัดการแก้ปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 มีกระทรวงสาธารณสุขเป็นหัวเรือใหญ่ ซึ่งหากดูตามเนื้อหานายอนุทินฯ น่าจะถูกโจมตีหนัก แต่ผลการลงมติ กลับมีคะแนนไว้วางใจที่สูงลิ่ว
ขณะเดียวกัน ฝั่งพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย ถ้าดูจากตัวเลขปรากฏว่าได้รับคะแนนความไว้วางใจถึง 270 คะแนน สูงสุดกว่ารัฐมนตรีทุกคน ถือว่าหักปากกาเซียนหลายสำนัก เพราะว่าจำนวน ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้มีมากนัก อีกทั้งก่อนหน้านั้นมี ส.ส.อีกกลุ่มในพรรค พยายามออกมากดดันให้ออกจากพรรคร่วมรัฐบาล แต่ความสัมพันธ์กับพรรคอื่นๆ ก็ไม่ได้มีความโดดเด่นเหมือนพรรคภูมิใจไทย แต่คะแนนที่ได้รับความไว้วางใจที่สูงถึง 270 คะแนน อาจจะเป็นเรื่องของบุคลิกภาพของนายเฉลิมชัยฯ เอง ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อน ส.ส.จำนวนมาก
ดังนั้นโดยสรุปการลงมติในครั้งนี้ คนที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แม้ว่าจะผ่านแต่คะแนนไว้วางใจน้อยกว่าที่คาดไว้ ดังนั้นหลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ฯ ว่าจะบริหารจัดการพรรคร่วมรัฐบาลอย่างไรต่อไป ตนคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ฯ คงจะต้องไปเรียกประชุมทีมงานใหม่ว่าจะมีการปรับ ครม.หรือไม่ อยู่ที่ว่าจะเลือกทางเดินแบบใด โดยเฉพาะความร้าวฉานภายในพรรคพลังประชารัฐบาล ซึ่งมีกลุ่มขั้วอำนาจในพรรคพลังประชารัฐที่มีอาการรวน จนกระทั่งมีข่าวเรื่องการแจกกล้วย เรื่องการเดินทางเข้าไปป่ารอยต่อเพื่อที่จะเจรจากัน
พล.อ.ประยุทธ์ฯ ต้องตัดสินใจให้ดี ซึ่งไม่เกี่ยวกับการบริหาร แต่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ภายในพรรค ถ้ามีการปรับ ครม.จะยังคงไว้ซึ่ง ป.รุ่นพี่หรือไม่ รวมถึงผู้มีบารมีกว้างขวางที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงหนึ่ง ว่าจะกล้าปรับออกหรือไม่ เพื่อที่จะเอาคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ไว้วางใจทั้งในสภา และนอกสภา เข้ามาแทนที่ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ พล.อ.ประยุทธ์ฯ จะต้องรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ถ้าจะปรับ ครม.โดยคำนึงถึงประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นหลัก แม้ว่าจะเกิดความร้าวฉาน จนตัวเองอาจจะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อหรือไม่ ซึ่งก็ต้องวัดใจกัน แต่โดยสรุปก็คือน่าจะมีการปรับ ครม.แน่นอน
โดย - ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ