"อนุทิน" ยัน มีปัญญา แต่เลือกปฏิบัติสิ่งที่ตัวเองเข้าใจ ไม่เคยคิดเอาประโยชน์บนความเดือดร้อนประชาชน วอน หยุดเอาโควิดมาเล่นการเมือง ย้ำ วัคซีนทุกยี่ห้อที่ใช้อยู่ดีทั้งหมด ชี้ เหตุยังต้องสั่งซิโนแวคเพิ่ม เพื่อฉีดประคับประคองระหว่างรอแอสตร้าฯ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

อนุทิน ยัน ซื้อวัคซีนไม่มีส่วนต่าง เบิกเท่าที่ซื้อ แจงมีปัญญา แต่ไม่โอ้อวด

3 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงาน การอภิปรายไม่ไว้วางรายบุคล คืนวานนี้(2 ก.ย.) ช่วงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงว่า ยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนขาดความรู้ ขาดภูมิปัญญาอย่างที่ฝ่ายค้านกล่าวหา แต่ตนเลือกปฎิบัติในสิ่งที่ตัวเองเข้าใจ และมอบหมายให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถในแต่ละด้านช่วยกันทำงานให้เกิดผลสำเร็จ ไม่ได้เป็นการคุยโม้โอ้อวด ไม่มีการใช้อำนาจที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และการใช้กฎหมายใดๆในทางมิชอบและเกินขอบข่ายอำนาจที่มีอยู่ อีกทั้งไม่ได้บริหารงานผิดพลาดจนกระทั่งทำความล้มเหลวให้กับระบบการสาธารณสุขของประเทศไทย และไม่เคยแม้แต่น้อยที่จะคิดมุ่งกอบโกยผลประโยชน์ใดๆ ท่ามกลางความเดือดร้อนของประชาชน ดังนั้นตามข้อกล่าวหาที่พรรคฝ่ายค้านจงใจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดในการทำงานของตน ตนเชื่อว่าประชาชนเข้าใจและขอความกรุณาฝ่ายค้านว่าหยุดเอาโควิดมาเล่นการเมืองเถอะ เพราะประชาชนมีความเดือนร้อนอยู่

อนุทิน ยัน ซื้อวัคซีนไม่มีส่วนต่าง เบิกเท่าที่ซื้อ แจงมีปัญญา แต่ไม่โอ้อวด

ส่วนเรื่องวัคซีน  ตนได้มอบให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติติดต่อกับสถาบันวิจัยและผู้ผลิตวัคซีนทั่วโลก เพื่อจัดหาวัคซีนมาฉีดให้กับประชาชนให้ไวที่สุด รวมถึงเร่งให้มีการพัฒนาวัคซีน ไม่ได้ดำเนินการล่าช้า เพราะได้พูดคุยกันตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-มิถุนายนปีที่แล้ว แต่ช่วงนั้นยังอยู่ในช่วงการทดลองอยู่ จะสั่งจองเพื่อถือเป็นการพัฒนาร่วมกันไม่ได้ เพราะ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างของรัฐไม่อนุญาตและจะใช้ข้อยกเว้นก็ไม่ได้ เพราะของที่อยู่ระหว่างการทดลองเราซื้อไม่ได้ แต่ในที่สุดด้วยความร่วมมือจากหลายฝ่าย จึงมีการเซ็นสัญญากับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ ผู้ผลิตวัคซีนแอสตร้าฯในประเทศไทย ด้วยเหตุนี้ ซีอีโอของแอสตร้าเซนเนก้าได้ส่งจดหมายมายังนายกฯว่าจะส่งวัคซีน 61 ล้านโดสมาให้ประเทศไทยให้ได้ภายในสิ้นปีนี้ และปีหน้าก็ต้องสั่งเพิ่มอีกเพื่อเป็นบูสเตอร์โดส รวมถึงกำลังพัฒนาวัคซีนอื่นๆอยู่ และที่ต้องสั่งวัคซีนซิโนแวคเพิ่ม ก็เพื่อฉีดประคับประคองสถานการณ์จนกว่าวัคซีนแอสตร้าฯจะเข้ามา ซึ่งไม่ใช่ว่ากระทรวงสาธารณสุขอยากจะใช้วัคซีนอะไรก็ได้

ส่วนกรณีที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายถามถึงส่วนต่างของบไว้ 17 เหรียญ แต่ซื้อ 9 เหรียญ ส่วนต่างไปไหนนั้น นายอนุทิน ชี้แจงว่า ไม่มีส่วนต่าง เพราะตั้งไว้ 17 เหรียญ แต่เบิกมาใช้เพียง 9 เหรียญ ไม่มีการคืน เพราะเบิกมาแค่นั้น เงินกู้ก็เหลือเขาจะไปใช้อะไรก็เรื่องของเขา และวันนี้ประเทศไทยไม่ได้ขี่ม้าตัวเดียว มีทุกตระกูลที่โลกนี้เขาใช้ ไม่ได้แทงม้าตัวเดียวแบบที่หลายฝ่ายกล่าวหา ดังนั้นกรุณาอย่าพูดว่ารัฐบาลแทงม้าตัวเดียวอีกเลย ส่วนเรื่องการจัดซื้อวัคซีนแล้วมีเงินทอนยืนยันว่า รัฐบาลไทยซื้อวัคซีนโดยตรงจากบริษัทผู้ผลิต ซึ่งบริษัทผู้ผลิตส่วนใหญ่มีกฎของเขา ไม่สามารถมาเจรจาเรื่องคอมมิชชั่นได้ อย่าว่าแต่ใต้โต๊ะเลย บนโต๊ะก็ไม่ได้ วัคซีนทุกชนิดกว่าจะออกจากประเทศเขา รัฐบาลกลางของเขาต้องยอมรับ ขอให้เกิดความมั่นใจว่าไม่มีทางที่ผู้ซื้อจะสามารถเรียกผลประโยชน์ใดๆต่อผู้ขายได้ เพราะผู้ขายระบุไว้ชัดเจนว่าเขาจะขายให้หน่วยงานภาครัฐเท่านั้น ตนยืนยันว่าไม่มีการเรียกร้อง หรือได้ประโยชน์ใดๆจากการจัดหาวัคซีนทั้งสิ้น ประโยชน์เดียวที่ได้คือ ความปลื้มใจที่วัคซีนมาถึงประเทศไทยเท่านั้น

 

"วัคซีนทุกยี่ห้อที่ประเทศไทยใช้อยู่ขณะนี้ เป็นวัคซีนที่ดีทั้งหมด เพราะไม่มีวัคซีนไหนที่ดีที่สุดในโลก วัคซีนทุกตัวที่เข้าไปในร่างกายเรามันทำหน้าที่ของมัน เราต้องไม่ด้อยค่าวัคซีนชนิดใดๆเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้เราคิดถึงวัคซีนเข็ม 3 แล้ว เพราะปีหน้า เราจะไม่ฉีดเพียง 2 เข็ม แต่ต้องฉีดกัน 3 เข็มแล้วเพื่อเป็นบูสเตอร์โดส ยืนยันว่า สถานการณ์ปีหน้าจะไม่เหมือนปีนี้ วัคซีนจะไม่ขาดแบบปีนี้แน่นอน" นายอนุทิน กล่าว