“อนุดิษฐ์ นาครทรรพ” เตรียมจัดชุดใหญ่อภิปราย "ประยุทธ์" ในศึกซักฟอก ฐานปล่อยปละละเลยทัพฟ้าจัดหายุทโธปกรณ์มีพิรุธ แย้มฝ่ายเสธ.คนสนิท ผบ.ทอ.อ้างนายลัดขั้นตอน

30 สิงหาคม 2564 น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กรุงเทพ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติผิดมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศ 3 โครงการ ได้แก่ โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องการทางอากาศ ระยะที่ 7 ( N-SOC C2) โครงการพัฒนาการป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (GBAD) และโครงการจัดหาทดแทนวิทยุพื้นดิน-อากาศ มูลค่ารวมเกือบ 3 พันล้านบาท ว่า ขณะนี้ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงครบถ้วน โดยอยู่ระหว่างสรุปรายงานให้ กมธ. พิจารณาต่อไป 

 

ทั้งนี้ เบื้องต้นพบว่าการจัดหายุทโธปกรณ์ครั้งนี้ มีความไม่ชอบมาพากลหลายประการ ตั้งแต่การสั่งการให้เปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์และขอบเขตของโครงการเดิม ทั้งๆที่เป็นเป้าหมายหลักที่ผ่านความเห็นชอบจากหน่วยงานปกป้องงบประมาณและออกเป็นกฎหมายแล้ว โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ปรากฏหลักเกณฑ์แนวทางปฏิบัติ และ ทอ.ไม่เคยดำเนินการลักษณะเช่นนี้มาก่อน

 

อย่างไรก็ดี ซึ่งตามระเบียบ ทอ. จะต้องเสนอเรื่องไปที่ คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ เพื่อพิจารณาแนวทางปฏิบัติ ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 29 เพื่อความถูกต้อง 

 

"อนุดิษฐ์"เตรียมจัดหนักนายกฯในศึกซักฟอกหลังพบพิรุธทอ.ซื้ออาวุธ

 

 

นอกจากนี้ แต่กลับพบว่ามีสั่งการจากผู้ใหญ่ให้เร่งรัดดำเนินการในลักษณะเร่งรีบและข้ามขั้นตอน โดยผู้รับผิดชอบโครงการระบุในคำให้การชัดเจนว่า มีความกังวลต่อการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของ TOR และไม่มั่นใจว่า ทอ.สามารถดำเนินการเปลี่ยนแปลงเองได้ จึงทำหนังสือสอบถามไปยังหน่วยงานภายใน ทอ.ที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำปรึกษา และทุกฝ่ายแนะนำว่าให้ดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายที่กำหนด

 

ทั้งนี้ แต่ในที่สุด ทอ.ก็ไม่ได้ทำเช่นนั้น เพราะฝ่ายเสธ ผบ.ทอ.แจ้งว่าให้ผู้รับผิดชอบโครงการเดินหน้าได้เลย เพราะเป็นสั่งการจาก ผบ.ทอ. และตนเองได้สอบถามกรมบัญชีกลางทางโทรศัพท์ให้แล้วว่า สามารถดำเนินการได้ ดังนั้น ผู้รับผิดชอบโครงการจึงเปลี่ยนแปลงรายละเอียดและกำหนดขอบเขตโครงการขึ้นมาใหม่ โดยไม่เคยมีหนังสือสอบถามไปที่คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างฯ 

 

โดยสถานะของทุกโครงการในปัจจุบันอยู่ระหว่างการหาผู้ดำเนินการ ยกเว้นโครงการจัดหาทดแทนวิทยุพื้นดิน-อากาศ ที่เปิดซองได้ผู้ชนะเรียบร้อยแล้ว ซึ่งการเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย และพฤติกรรมที่ฝ่ายเสธ ผบ.ทอ.สั่งการตรงไปยังคณะกรรมการ TOR ถือเป็นการแทรกแซงกรรมการผู้เชี่ยวชาญในแต่ละโครงการหรือไม่ ใครอยู่เบื้องหลังการสั่งการ และการจัดซื้อจัดจ้างถูกต้องโปร่งใสหรือไม่ มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ทำไมกระทรวงกลาโหมจึงนิ่งเฉยไม่ลงมาตรวจสอบ ขณะนี้กรรมาธิการฯมีข้อมูลในมือครบถ้วนแล้ว​

 

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะนำเรื่องนี้ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์ ตอบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คงไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบในการบริหารงานที่บกพร่อง ผิดพลาด ไร้ประสิทธิภาพ และอาจปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในครั้งนี้ได้ เพราะการจัดหา 3 โครงการ ที่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินเกือบ 3 พันล้านบาท และได้ผ่านการพิจารณาของหน่วยงานที่ปกป้องงบประมาณ ทั้งกระทรวงกลาโหม สำนักงบประมาณ และ รัฐสภา มาเรียบร้อย แต่หน่วยงานรับงบประมาณกลับนำรายละเอียดและขอบเขตของโครงการ มายำใหญ่โดยไม่สนใจระเบียบและกฎหมายแบบนี้ ตนเองไม่เชื่อว่าจะมีข้าราชการคนไหนกล้าทำกันเองนอกจากจะมีผู้ใหญ่สั่งการ 

 

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวต่อว่า เพราะมีทั้งการแทรกแซงกรรมการ การกำหนด TOR ที่กำกวมยากต่อการตีความ ขบวนการกำหนดราคากลางที่ไม่ปกติ และที่สำคัญ คือ การตัดเนื้องานที่อนุมัติโดยกระทรวงกลาโหม และตัดเนื้องานตามนโยบายของรัฐบาล บางโครงการตัดบางส่วน และบางโครงการก็ตัดออกทั้งหมด ซึ่งการกระทำเช่นนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่ฮั้วกัน ดังนั้น จะนำเรื่องนี้จัดชุดใหญ่อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกฯ และรมว.กลาโหมอย่างแน่นอน

 

ผู้สื่อข่าวสอบถามอีกว่า มั่นใจในข้อมูลที่จะอภิปรายมากน้อยแค่ไหน และการออกมาฉายหนังตัวอย่างแบบนี้ไม่กลัวข้อสอบรั่วหรืออย่างไร น.อ.อนุดิษฐ์ ระบุว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับเพราะตนเองได้แถลงความคืบหน้าของการตรวจสอบออกมาเป็นระยะ แต่ที่น่าแปลกใจ คือ ทอ.ก็ยังเดินหน้าโครงการเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนหน่วยแม่คือกระทรวงกลาโหมที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นเจ้ากระทรวง ก็ไม่ได้ลงมาระงับยับยั้งหรือสั่งการให้มีการตรวจสอบแต่อย่างไร ซึ่งที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการ ปปช. ได้เรียกผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงและได้เรียกเอกสารหลักฐานมาตรวจสอบทั้งหมดแล้ว 

 

โดยทุกครั้งได้มีหนังสือแจ้งไปยังกองทัพอากาศ ซึ่งหาก พล.อ.ประยุทธ์ ใส่ใจย่อมทราบข้อเท็จจริงได้ไม่ยาก แต่เมื่อไม่ยอมดำเนินการใดๆเลย เรื่องนี้ย่อมเป็นความรับผิดชอบที่ พล.อ.ประยุทธ์ หลีกเลี่ยงไม่ได้ และตนเองขอบอกว่าพยานหลักฐานทั้งหมด ที่จะใช้ประกอบการอภิปรายได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้น จึงไม่ต้องกลัวเรื่องข้อสอบรั่ว

 

"แต่ขอเตือน พล.อ.ประยุทธ์ ให้เตรียมคำชี้แจงต่อสภาฯให้ดีก็แล้วกัน ว่าทำไมจึงปล่อยปละละเลยโครงการจัดหายุทโธปกรณ์ของ ทอ.เกือบ 3 พันล้านบาท ให้บกพร่อง ผิดพลาด ได้ขนาดนี้ หรือจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือแอบแฝงที่ ตุ๊กแกหลังตึกไทยคู่ฟ้า เผอิญร้องออกมาตรงกับตุ๊กแกที่ตึกแปดแฉกของทุ่งดอนเมืองพอดีจึงทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ มองไม่เห็นเรื่องนี้" น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว