9 สมาคมธุรกิจ ร้อง อนุทิน คลายล็อกธุรกิจ เสนอเปิดนั่งรับประทานอาหารในร้าน 3 ระยะ รวมถึงนวด คลินิกทันตกรรม “บิ๊กหนู” แจง พยายามหาจุดสมดุลระหว่างความเจ็บปวดทางธุรกิจและความปลอดภัยทางสุขภาพ จ่อเสนอศบค. 27 ส.ค.

ลุ้น ศบค.คลายล็อก 27 ส.ค. นั่งกินข้าวในร้าน เปิดร้านนวด ตัดผม

วันนี้ (25 ส.ค.64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้(24 ส.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) หารือร่วมกับ 9 สมาคมธุรกิจ ประกอบด้วย ธุรกิจร้านอาหาร กลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ กลุ่มอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมคลินิกเอกชน สมาคมผู้ประกอบการสปาไทย กลุ่มสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย สมาคมสนามกอล์ฟไทย สมาคมวิชาชีพช่างทำผมไทย และสมาคมภัตตาคารไทย ที่เดินทางมายื่นหนังสือข้อเรียกร้องเพื่อขอผ่อนคลายมาตรการให้สามารถประกอบธุรกิจภายใต้มาตรการควบคุมป้องกันโรค

 

นายอนุทิน กล่าวระหว่างหารือว่า เราพร้อมรับฟังปัญหาและหารือกันเพื่อหาทางออกให้ทุกฝ่ายผ่านพ้นวิกฤตโรคระบาดครั้งนี้ไปได้ด้วยดี เราทุกคนตระหนักในปัญหาต่างๆ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้มีความยินดีปรีดาใดๆ ตรงกันข้ามกับมีการปวดหัวทุกวัน พยายามที่จะหาทางออกให้กับผู้ประกอบการทุกกลุ่มอย่างเต็มที่ ในการประชุมแต่ละครั้งพยายามหาจุดสมดุลระหว่างความเจ็บปวดทางธุรกิจและความปลอดภัยทางสุขภาพจากโควิด-19 แต่ยอมรับว่าหลายอย่างอยู่เหนือการควบคุม เช่น มีการกลายพันธุ์ที่เข้ามาคุกคามจนถึงทุกวันนี้ ต้องขอขอบคุณความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดีที่เข้าใจถึงแม้ว่าจะประสบความยากลำบากในการดำเนินธุรกิจ

 

ด้าน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือ ว่า ผู้ประกอบการได้ยื่นหนังสือเพื่อขอให้ สธ.พิจารณาผ่อนคลายให้ร้านอาหารต่างๆ เปิดให้บริการได้ เนื่องจากตอนนี้สถานการณ์ติดเชื้อในประเทศไทยดูท่าทีแล้วผ่อนคลายลง แต่การผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ยังต้องสอบถาม ศบค. ก่อน ซึ่งจะเสนอวันที่ 27 ส.ค.นี้ แต่มีแนวโน้มว่าเป็นไปได้ที่จะให้ร้านอาหารนั่งรับประทานในร้านได้ประมาณ 50% รวมถึงสถานประกอบการกลางแจ้ง สถานออกกำลังกายต่างๆ อาจจะได้มีการผ่อนคลายให้ต่อไป

 

“สิ่งสำคัญ คือ สธ.อยากจะให้มีมาตรการป้องกันการติดเชื้อ จึงเสนอมาตรการองค์กร ผู้ประกอบการทั้งหลายจัดระบบป้องกันการติดเชื้อ ขอให้พื้นที่บริการทั้งหมดต้องปลอดโควิด (covid free) ช่วยกันคัดกรองผู้ที่จะเข้าไปในห้างสรรพสินค้า สถานประกอบการแต่ละแห่ง เบื้องต้นมีหลักปฏิบัติ 3 ข้อ 2 ข้อแรกเป็นของผู้ประกอบการ คือ จัดสภาพแวดล้อม ให้มีระยะห่าง ระบบระบายอากาศดี สถานที่สะอาดปลอดภัย ส่งเสริมให้มีการฉีดวัคซีนบุคลากรให้ครบถ้วน 2 เข็ม ซึ่งบางส่วนมีการฉีดไปแล้ว ส่วนที่เหลือมีจำนวนไม่มาก สธ.จะดูแลให้” นพ.เกียรติภูมิ กล่าวและว่า

 

นอกจากนี้ ระมัดระวังไม่ให้เกิดการติดเชื้อและแพร่เชื้อ โดยให้มีการตรวจด้วยชุดตรวจ ATK เป็นระยะ ซึ่งในส่วนนี้ลูกค้าต้องปฏิบัติด้วย คือ ตรวจหรือแสดงตนว่าไม่ได้เป็นคนผู้ติดเชื้อ คือ ฉีดวัคซีน 2 เข็ม ซึ่งมีข้อมูลในหมอพร้อม มีผลตรวจ ATK หรือ RT-PCR หรือเป็นผู้ที่เคยติดเชื้อไปแล้ว 1-3 เดือน เป็นมาตรการสำหรับสถานประกอบการในระบบปิด ส่วนระบบเปิดน่าจะผ่อนปรนได้มากกว่านี้

เมื่อถามถึงระยะเวลาผ่อนปรน นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า รอ ศบค. พิจารณา ถ้าอนุญาตให้ผ่อนปรนได้ คาดว่าการผ่อนปรนกิจการเหล่านี้น่าจะอยู่ในระยะเวลาราวๆ เดียวกัน กรมควบคุมโรคจะมีการพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้ง

ลุ้น ศบค.คลายล็อก 27 ส.ค. นั่งกินข้าวในร้าน เปิดร้านนวด ตัดผม

สำหรับข้อเสนอของกลุ่ม 9 กลุ่มผู้ประกอบการ โดยนางศุภานวิต เอี่ยมสกุลรัตน์ กรรมการสมาคมศูนย์การค้าไทย นำเสนอว่า แนวทางการขอเปิดธุรกิจที่สมาคมศูนย์การค้าเสนอมาแบ่งเป็น 3 ระยะคือ

 

ระยะที่ 1 เริ่ม วันที่ 1 ก.ย. ได้แก่ เปิดธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มนั่งรับประทานที่ร้าน 50% และเปิดธุรกิจก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้าน คลินิกทันตกรรม ร้านนวด สปาเฉพาะนวดเท้า คลินิกเวชกรรม ธุรกิจเสริมสวย งดเว้นบริเวณใบหน้า ธุรกิจไอทีอุปกรณ์สื่อสารและไฟฟ้า อาคารสำนักงาน ธุรกิจบริการ เช่น ล้างรถ ซ่อมกุญแจ ไปรษณีย์ เบ็ดเตล็ด เช่น ร้านตัดแว่น สนามกอล์ฟและกีฬากลางแจ้ง

 

ระยะที่ 2 วันที่ 15 ก.ย. เป็นการเปิดธุรกิจร้านอาหารแบบนั่งรับประทานที่ร้าน 75% ธุรกิจเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย และ ธุรกิจสถาบันการศึกษา

 

ระยะที่ 3 วันที่ 30 ก.ย. หรืออาจจะเร็วกว่ากำหนดก็ได้ คือ ธุรกิจร้านอาหารแบบนั่งรับประทาน 100% ธุรกิจประกอบการสุขภาพและสปา เครื่องเล่นเด็ก และผู้ใหญ่ ธุรกิจฟิตเนส และออกกำลำลังกายในร่ม ธุรกิจโรงภาพยนตร์และห้องจัดเลี้ยง

 

ทั้งนี้ มาตรการปฏิบัติเพื่อรองรับการดำเนินการอย่างปลอดภัย อาทิ ผู้มาใช้บริการต้องได้รับการฉีดวัคซีน และมีการทำสวอบเทสต์ ดังนั้นขอให้ กทม.พิจารณาปลดล็อก ระบุเป็นแผนและแจ้งให้ประชาชนทราบล่วงหน้าไม่ว่าจะเป็นการเตรียมตัวเตรียมความพร้อมและการสร้างความเชื่อมั่นทั้งภาครัฐกิจและการดำรงชีวิตของประชาชนโดยรวม ทั้งนี้ศูนย์การค้าทุกแห่งประสงค์จะปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขโดยเคร่งครัดและถือเป็นเรื่องสำคัญเพื่อให้ศูนย์การค้าสนามกอล์ฟสนามกีฬากลางแจ้งสามารถเปิดบริการได้ตามปกติ