สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้แจงกรณีคดีจีทูจีสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ และจีทูจีนายอภิสิทธิ์

23 สิงหาคม 2564 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับสำนักข่าวอิศรา จัดกิจกรรมคณะกรรมการ ป.ป.ช. พบสื่อมวลชนระดับบรรณาธิการ ประเด็น ‘ครบรอบ 3 ปี พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561’ ผ่านระบบ Zoom โดยมี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. พร้อมด้วยกรรมการ ป.ป.ช. และมีนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เข้าร่วมด้วย

 

กรณีคดีความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีการซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ทั้งหมดนั้น น.ส.สุภา กล่าวว่า คดีจีทูจียุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้แก่ ระบายข้าวจีทูจีล็อต 2 มีการตั้งไต่สวนเพิ่มเติมอย่างน้อย 2-3 ราย และมีการกันพยานบุคคลอยู่ โดยมีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้วทั้งหมด โดยบุคคลที่ถูกไต่สวนเพิ่มเติม 2-3 รายนั้น ส่วนใหญ่เป็นอดีตนักการเมืองที่อยู่ต่างประเทศ และมีเจ้าหน้าที่ของรัฐ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เป็นผู้ถูกกล่าวหา ขณะที่คดีขายมันสำปะหลัง (มันเส้น) จีทูจี กำลังสรุปสำนวนการไต่สวน

น.ส.สุภา กล่าวว่า ส่วนคดีจีทูจียุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีอยู่ 3 คดี คือคดีระบายมันสำปะหลังจีทูจี ระบายข้าวจีทูจี และการประมูลข้าวเป็นอาหารสัตว์เลี้ยง ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยสาเหตุที่ล่าช้าเนื่องจากมีพยานเอกสารบางชิ้น ที่พบว่า ไม่เหมือนกับตัวต้นฉบับ โดยเอกสารที่ส่งมายัง ป.ป.ช. ไม่ปรากฏลายเซ็นของบุคคลใดเลย จึงดำเนินการขอเอกสารตัวจริงอยู่ และรอเสนอเข้าที่ประชุมองค์คณะไต่สวนว่าจะแจ้งข้อกล่าวหาใครบ้าง และคดีนี้ยังไม่หมดอายุความ เนื่องจากมีอายุความ 20 ปี

“สำหรับคดีมันเส้นจีทูจี และระบายข้าวจีทูจียุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ พยายามจะทำให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. 2564 พยายามตั้งเป้าหมายให้แคบที่สุดเพื่อไม่ให้มีปัญหา แต่เนื่องจากติดปัญหาโควิด-19 ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องบางรายไม่สามารถเข้าให้ปากคำได้” น.ส.สุภา กล่าว