ด้านนายธีรภาพ ปัญจะศรี กล่าวว่า นอกจากตนกับภรรยา ซึ่งตาบอดทั้ง 2 คน จะได้รับความเดือดร้อน เดินออกมาซื้ออาหารไม่ได้แล้ว คนที่จะเข้ามาใช้บริการนวดก็ไม่อยากจะเข้ามา เพราะทางเข้าบ้านลำบาก รวมทั้งรถจะเข้ามาส่งน้ำ ส่งอาหาร ก็เข้ามาไม่ได้ เพราะกลัวจะติดหล่ม จึงได้ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ช่วยประสานทางเทศบาลตำบลกมลาไสย หาแนวทางช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขอขอบคุณคณะผู้บริหาร ทต.กมลาไสย และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับครอบครัวตน โดยปรับปรุงถนนเข้าบ้านพักให้ในครั้งนี้ เพื่อที่จะมีรถเข้ามาส่งน้ำส่งอาหารได้ และมีลูกค้ามาใช้บริการนวดแผนไทยได้เดินทางสะดวกขึ้น
ขณะที่นายวุฒิชัย สรรพลุน รองนายกเทศมนตรีกมลาไสย กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากนายธีรภาพและนางประชิต กรณีถนนเข้าบ้านพักเป็นหลุมบ่อ น้ำขังและโคลนตม เดินทางเข้าออกลำบาก ทั้งนี้ จากการสำรวจถนนดังกล่าว ความกว้างประมาณ 3 เมตร ยาวประมาณ 20 เมตร ใช้ประโยชน์ 2 หลังคาเรือน หลังแรกเป็นบ้านของข้าราชการตำรวจนายหนึ่ง ถัดเข้าไปข้างในเป็นบ้านของสามีภรรยาดวงตาพิการ ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้และบ้านทั้ง 2 หลัง เป็นพื้นที่ของธนารักษ์ อย่างไรก็ตาม หลังเข้ามาสำรวจพื้นที่แล้ว ก็จะได้เร่งดำเนินการแก้ไขปรับปรุง โดยในเบื้องต้นนี้ได้มอบหมายกองช่าง ทต.กมลาไสย นำรถมาปรับเกรดและนำดินลูกรังมาถมพร้อมบดอัดอย่างดี เพื่อการเดินทางเข้าออกสะดวกสบายกว่าเดิม
ทั้งนี้ นางกัญญาภัทร สีบุญมา ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม กล่าวว่า ทั้ง 2 สามีภรรยา เป็นผู้พิการทางสายตาทั้ง 2 คน ได้รับเบี้ยสวัสดิการคนละ 800 บาทต่อเดือน และเคยมีรายได้จากการนวดแผนไทย มีรายได้เดือนละประมาณ 2,000 บาท แต่พอเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ทำให้ทั้ง 2 ขาดรายได้ เพราะไม่มีชาวบ้านมาใช้บริการ ทั้งนี้ ทางคณะผู้บริหาร ทต.กมลาไสย และกองสวัสดิการสังคม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ก็จะคอยดูแลครอบครัวนี้ ให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ตามโครงการกาฬสินธุ์ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เทศบาลกมลาไสยไม่ทอดทิ้งกัน
โดย - จักรพงษ์ ระวิวรรณ