“ม็อบนอกสภา” เริ่มเข้าสู่โหมด “ซ้ำซาก” นัดชุมนุมถี่ยิบและใช้ความรุนแรง จนสร้างความเบื่อหน่ายให้กับผู้คนจำนวนไม่น้อยในสังคม แต่ปรากฏการณ์นายกรัฐมนตรี ที่เริ่มออกมาให้ความหวังกับประชาชนมากขึ้น ว่าเรามีโอกาสพ้นวิกฤติโควิดในระยะเวลาอันใกล้นี้ 

หลังนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาโพสต์ข้อความยาวๆ ในเฟซบุ๊ก แสดงความเชื่อมั่นว่า โควิดไทยน่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว เพราะยอดติดเชื้อเริ่มชะลอตัว แม้ยอดตายยังพุ่งสูง แต่ก็ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก พร้อมทั้งให้ความหวังว่าเดือนก.ย. น่าจะผ่อนคลายมาตรการบางส่วน และเปิดธุรกิจได้ 

 

ท่อนท้ายของโพสต์นายกฯ ยังแสดงเจตจำนงนำพาประเทศต่อไป เพื่อให้พ้นภัยโควิด แม้จะยากมากก็ตาม สะท้อนว่าพล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ถอดใจลาออก 

 

หลังจากโพสต์เมื่อวาน สร้างความหวังให้ใครหลายๆ คน ขณะเดียวกัน การปรากฏตัวนายกฯ ออกงานจริงๆ ไม่ใช่ผ่านออนไลน์ และให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแบบ “ตัวเป็นๆ” ครั้งแรกในรอบ 1 เดือน 19 วัน หลังก่อนหน้านี้ต้องกักตัว และ WFH จน “พี่โทนี่” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งเป็นจำเลยหนีคดีอยู่ในต่างประเทศ ออกมาแขวะว่าเป็น “นายกฯ WFH” ขณะที่พลพรรคเพื่อไทย ก็ออกมาตามหาคนหาย 

 

1 เดือน 19 วัน นายกฯประเดิมออกงาน-มั่นใจชนะโควิด

 

นายกฯ ประยุทธ์ กักตัวหลังจากไปร่วมเปิด “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” เมื่อวันที่ 1 ก.ค. และให้สัมภาษณ์กับสื่อครั้งสุดท้ายในวันนั้น เมื่อกลับมา ปรากฏว่านายกฯต้องกักตัว เพราะเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง เนื่องจากไปร่วมถ่ายภาพเซลฟี่กับนายกสภาหอการค้าจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งติดโควิด

 

 

หลังจากนั้น นายกฯก็ไม่ออกงานเลย รวมทั้งไม่ให้สัมภาษณ์ นอกจากทางออนไลน์ ทั้งยังไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าปฏิบัติหน้าที่ยังทำเนียบรัฐบาลด้วย โดยสาเหตุที่นายกฯห่างหายไป นอกจากกักตัวแล้ว ยังน่าจะต้องการหลบกระแสการเมืองร้อน เพราะสถานการณ์ช่วงที่ผ่านมา ร้อนแรงจริงๆ ทั้งโควิด รวมถึงม็อบนอกสภา 

 

แต่ล่าสุดสถานการณ์โควิดดูจะคลี่คลายลงบ้าง นายกฯจึงออกปฏิบัติภารกิจแรกในรอบ 1 เดือน 19 วัน ด้วยการตรวจเยี่ยมการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ในระบบ Home Isolation และติดตามความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีน ChulaCov19 ของจุฬาลงกรณ์ 

 

1 เดือน 19 วัน นายกฯประเดิมออกงาน-มั่นใจชนะโควิด

 

งานนี้สะท้อนนัยยะ 2 ประการด้วยกัน คือ 

 

1.ระบบ Home isolation คือ ทางรอดระยะยาวของโควิด และเป็นจุดเริ่มของการ “อยู่ร่วมกับโควิด” เป็นนิวนอร์มอล ที่หลายๆ ประเทศเริ่มแล้ว และไทยกำลังเดินตาม 

 

2.การวิจัยและพัฒนาวัคซีน mRNA จากใบยา ซึ่งเป็นฝีมือคนไทย เพื่อตอบสนองความต้องการ “วัคซีนเทพ” ที่สั่งซื้อ และอยู่ระหว่างรอการนำเข้า เพื่อที่ว่าตั้งแต่กลางปีหน้า จะมีวัคซีนที่ใช้รูปแบบการผลิตไม่ต่างจากวัคซีนเทพ มาให้คนไทยใช้อย่างเหลือเฟือ 

 

นายกฯยังพูดให้ความหวังเกี่ยวกับการก้าวผ่านโควิด ด้วยการอยู่ร่วมกับโควิดให้ได้ เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าต่อไป 

"จะทำให้ดีที่สุด ขณะที่สถานการณ์โลกก็ยังมีปัญหา รวมถึงเรื่องวัคซีน แต่ยืนยันว่าไม่ท้อแท้ และจะร่วมแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด ขอขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน ต้องมองไปข้างหน้า และหลายวันมานี้ที่ไม่ได้ออกมาพบสื่อมวลชน เพราะต้องติดตามแก้ไขปัญหาต่างๆ ไม่ใช่แค่โควิดอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องเศรษฐกิจและเรื่องอื่นๆ ในการทำงาน ผมจึงต้องมีสมาธิในการทำงาน และวันนี้จะทำให้อย่างไรให้ประเทศไทย อยู่กับโควิดให้ได้ด้วยความสงบ เพราะหากไม่สงบอย่างไรก็อยู่ไม่ได้ วุ่นวายและร้อนรุ่มไปหมด และจะเกิดปัญหาในการทำงาน พร้อมขอความร่วมมือประชาชนด้วย อย่าทำอะไรที่ยังไม่ให้ทำได้ เพราะจะเป็นภาระเจ้าหน้าที่ เสียแรงเสียเวลา และมีโอกาสติดเชื้อได้" 

 

ทั้งหมดคือภาพความมั่นใจของนายกฯ และความหวังครั้งใหม่ที่ “ลุงตู่” กำลังบอกกับประชาชน ท่ามกลางกระแสการชุมนุมที่เริ่มถดถอยลงบ้าง เพราะมีกลุ่มป่วนเผาเมือง

 

1 เดือน 19 วัน นายกฯประเดิมออกงาน-มั่นใจชนะโควิด

 

ขณะที่ฝ่ายค้านก็ไม่มีเอกภาพ ทะเลาะกันเอง จนต้องให้ “คนแดนไกล” เป็นกรรมการห้ามมวย ที่สำคัญกลเกมการเมืองยังมีลึกล้ำกว่านั้น โดยเฉพาะหากอ่านสัญญาณผ่านการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหนนี้ของฝ่ายค้าน ที่นำโดยพรรคเพื่อไทย จนกลายเป็นชนวนที่ทะเลาะกับพรรคก้าวไกลอย่างรุนแรง