โดยข้อเท็จจริงที่สอบสวนได้ 141 ราย ตรวจสอบแล้วเป็นบุคลากรด่านหน้าจริง ที่มีสิทธิ์ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ล็อตแรก ตรงตามเงื่อนไขที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฯ กำหนด ส่วนอีก 3 ราย ได้แก่ ภรรยา ผอ.รพ.เฉลิมพระเกียรติ ,สามี หัวหน้ากลุ่มเภสัชกรรมและคุ้มครองผู้บริโภค รพ.เฉลิมพระเกียรติ และลูกจ้างร้านขายยาของหัวหน้ากลุ่มเภสัชกรรมฯ ดังกล่าว ) ตรวจสอบแล้วได้รับวัคซีนไฟเซอร์จริง แต่เงื่อนไขกำหนดให้รับวัคซีนในล็อตอื่น ไม่ใช่ล็อตแรกนี้ ดังนั้น จึงถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ซึ่งการสอบสวนข้อเท็จจริงไม่พบข้อมูลผิดปกติอะไรเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้ โดยหากให้ผู้ถูกสอบแต่ละรายลงนามรับรองเอกสารการสอบสวนเรียบร้อยแล้ว จะรีบยื่นเสนอให้ผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาโดยเร็ว
ด้านนายแพทย์นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ตอนนี้ ยังไม่ได้รับเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรจากคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งจะได้เร่งรัดให้เสร็จภายในวันนี้ ในขณะเดียวกัน ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นอีกชุด เพื่อร่วมกันสอบสวนทางวินัยและพิจารณาตัดสินโทษ โดยเชิญนิติกรจากระทรวงสาธารณสุขเข้ามาช่วย มาร่วมพิจารณาวินิจฉัยว่าเข้าข่ายใดบ้าง และเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายของกระทรวงฯ ไม่ว่าจะเป็นการฝ่าฝืนนโยบายกระทรวงสาธารณสุข ฝ่าฝืนคำสั่งผู้บังคับบัญชา หรือความผิดด้านจริยธรรม ว่า มีความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวอย่างไร แล้วมีเจตนาที่จะกระทำการอย่างไร รวมไปถึง กรณีที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องดังกล่าว สมควรที่จะได้รับวัคซีนไฟเซอร์ในล็อตแรกหรือล็อตอื่นๆ หรือไม่ ต้องแยกพิจารณาเป็นรายบุคคลออกไปอีก จึงต้องขอเวลาวิเคราะห์ข้อมูลและพิจารณากันอย่างถี่ถ้วน ก่อนจะวินิจฉัยตัดสินโทษลงไป เพื่อให้เกิดความบริสุทธิ์และยุติธรรม ซึ่งเบื้องต้นเป็นการทำผิดวินัยชัดเจน คาดว่า ภายในปลายสัปดาห์หน้า จะสามารถสรุปผลการวินิจฉัยความผิดได้เรียบร้อย ก่อนลงโทษตามลำดับต่อไป
โดย - ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ