กองปราบจับ “ชนัชญ์กรณ์ หรือโกมิตร” เครือข่ายใหญ่ภาคใต้ ลอบขน “โรฮิงญา - เมียนมาร์” ขยายผล คดีค้ามนุษย์ หัวไทร นครศรีฯ ปี 2558 เผยข้อมูลชี้ “โกมิตร” เบื้องหลังตัวจริง ก่อนหนีไปซุกอู่ บางบัวทอง แต่ถูกตามรวบตัวไว้ได้ อ้างแค่รับจ้างขับนำทาง ขัดแย้งประวัติคดี

วันที่ 19 สิงหาคม 2564 พ.ต.ต.ทศพล กิติลาภ สว.กก.6 บก.ป., ร.ต.อ.ธนาคาร อุชณรัศมี, ร.ต.อ.ฟ้าปรเมศวร์ ภูรินท์ชินธนโชติ รอง สว.กก.6 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายชนัชญ์กรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ที่หน้าอู่ซ่อมรถ ม.5 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี  เมื่อช่วงเช้าวันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา หลังตกเป็นผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลจังหวัดปากพนัง  ลงวันที่ 27 มกราคม 2558 ถูกกล่าวหาว่า “ร่วมกันนำหรือพาบุคคลต่างด้าวสัญชาติพม่าเข้ามาในราชอาณาจักรหรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการอุปการะหรือช่วยเหลือให้ความสะดวกแก่คนต่างด้าวให้เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย และ ร่วมกันค้ามนุษย์”

 

สืบเนื่องจาก การสกัดจับขบวนการขนชาวโรฮิงญา 97 คน จาก จ.พังงา เพื่อส่งไปยัง จ.สงขลา บนถนนสายนครศรีธรรมราช–สงขลา ของตำรวจ สภ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2558 โดยเมื่อทำการสืบสวนขยายผล พบว่า นายสุนันท์ฯ หรือโกมิตร นักธุรกิจชื่อดัง จ.พังงา เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งเป็นเครือข่ายขบวนการค้ามนุษย์รายใหญ่ ในภาคใต้ รับเป็นธุระจัดหา ขนย้าย และลำเลียงแรงงานต่างด้าว ทั้งชาวโรฮิงญาและชาวเมียนมาร์ ซึ่งลักลอบเข้ามาในประเทศไทย พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับ นายชนัชญ์กรณ์ฯ 

ต่อมา ตำรวจ กก.6 บก.ป. ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ กองบังคับการตำรวจภูธร ภาค 8(ศพดส.ภ.8) ติดตามผู้ต้องหารายนี้ โดยสืบทราบว่านายชนัชญ์กรณ์ฯ หลบหนีไปเช่าห้องพักอยู่ในพื้นที่ จ.นนทบุรี  ตำรวจจึงลงพื้นที่จับกุม นายชนัชญ์กรณ์ฯ ระหว่างทำงานอู่ซ่อมรถ แล้วนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หัวไทร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพในข้อกล่าวหา “ร่วมกันนำหรือพาบุคคลต่างด้าวสัญชาติพม่าเข้ามาในราชอาณาจักรหรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการอุปการะหรือช่วยเหลือให้ความสะดวกแก่คนต่างด้าวให้เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย” แต่ปฏิเสธข้อกล่าวหา “ร่วมกันค้ามนุษย์” โดยอ้างว่า เพื่อนชวนให้ไปช่วยขับรถนำ และช่วยแจ้งเบาะแสการตั้งด่านของเจ้าหน้าที่เท่านั้น เพื่อรับค่าจ้าง แล้วแต่จะตกลงกันเป็นการตอบแทน แต่จากการตรวจสอบประวัติ พบเมื่อปี 2556 นายชนัชญ์กรณ์ฯ ถูกจับกุมในความผิดฐานลักลอบนำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร//