เนชั่นทีวี

ข่าว

โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ ประกาศแบน “ตอลีบัน”

19 ส.ค. 2564 | teerawat_pra

โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ ประกาศแบน “ตอลีบัน”

โซเชียลมีเดีย ทำให้คนทั่วโลกได้เห็นภาพความเป็นจริงที่่เกิดขึ้นในอัฟกานิสถานอย่างทันเหตุการณ์ หลังจากนี้โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ จะต้องปรับตัว ปรับนโยบายอย่างไรเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลสหรัฐที่มีต่อตอลิบัน บางรายตัดสินใจแบนแอคเคาท์ทันที

อัฟกานิสถานพ่ายแพ้  อิสลามชนะ  อเมริกันแพ้พ่าย ชาวอัฟกันฯได้รับการปลดปล่อย


"Afghanistan is Conquered and Islam has Won,”

“the defeat of the American occupation on all Afghan land,”

“the liberation of [Afghani] land from the Western and American occupation”.
   
เหล่านี้คือวลีเด็ดๆ ที่พรั่งพรูออกมาจากผู้ใช้โชเชียล มีเดียที่สนับสนุนการต่อสู้ของตอลิบัน ตั้งแต่วันแรกๆที่ตอลิบันสามารถยึดครองอัฟกานิสถานได้ ท่ามกลางคำถามว่าโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่จะมีนโยบายต่อตอลิบันอย่างไร

เมื่อครั้งที่สหรัฐและพันธมิตรเนโต้ขับไล่ตอลิบันได้สำเร็จในปี 2001 อัฟกานิสถานยังไม่มีคอมพิวเตอร์ หลังสหรัฐเข้าไป 11 ปีจึงเริ่มมีบริการอินเตอร์เน็ต  3จี  จนถึงวันนี้อัฟกานิสถานมีประชากรประมาณ 40 ล้านคน  ข้อมูลจาก NapoleonCat.ระบุว่าชาวอัฟกันฯ เข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้กว่า 8 ล้าน 6 แสนคนหรือ 22 เปอร์เซ็นต์ของทั้งประเทศ ใช้มือถือกว่า 27 ล้านเครื่อง สิ้นเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมามีผู้ใช้ Facebook มากที่สุดอยู่ที่กว่า 4 ล้าน 6 แสนบัญชี เป็นเพศชาย 82 เปอร์เซ็นต์และหญิง 17 เปอร์เซ็นต์

โฆษกของเฟซบุ๊กย้ำว่าต้องยกเลิกแอคเคาท์ที่ชื่นชมยกย่อง สนับสนุนหรือเป็นตัวแทนของตอลิบันออกจากแพล็ตฟอร์มของเฟซบุ๊กรวมถึง WhatsAppและ Instagram  เพราะภายใต้กฏหมายของสหรัฐถือว่าตอลิบันเป็นองค์กรก่อการร้าย และเข้าข่ายนโยบายองค์กรอันตรายของเฟซบุ๊กลำดับแรกที่รวมถึงองค์กรที่มีแนวทางสร้างความเกลียดชังและองค์กรอาชญากรรม ซึ่งในความเป็นจริงเฟซบุ๊กแบนตอลิบันมาหลายปีแล้วแม้จะไม่ระบุชัดๆว่าตั้งแต่ปีไหน

แนวทางของเฟซบุ๊กก็คือจ้างทีมผู้เชี่ยวชาญชาวอัฟกันที่สามารถสื่อสารภาษาถิ่นได้และเข้าใจบริบทของอัฟกานิสถานมาช่วยกั่นกรองในการลบชื่อ ภาพไฟล์ต่างๆที่เป็นของตอลิบันหรือผู้ให้การสนับสนุนตอลิบัน แต่เฟซบุ๊กไม่ได้ให้ความเห็นเรื่องบริการเมซเสซจิ้งที่ต้องไม่ละเมิดสิทธิ์และความลับของผู้ใช้บริการ
ด้านยูทูปบอกว่าจะยกเลิกแอ็คเคาท์ที่เป็นของตอลิบันอัฟกัน ซึ่งก่อนหน้านี้มีคนเข้าใจว่ายูทูปไม่ได้แบนวิดีโอของตอลิบัน ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามกฏหมายของสหรัฐ

ที่ยังพูดได้ไม่เต็มปากว่าจะทำอย่างไรกับเนื้อหาที่สนับสนุนตอลิบันก็คือทวิตเตอร์ซึ่งบอกว่าชาวอัฟกานิสถานได้ใช้แพล็ตฟอร์มนี้เป็นเครื่องมือในการขอความช่วยเหลือ แต่บริษัทสัญญาที่ระมัดระวัง ไม่เปิดช่องให้ยั่วยุและเกิดความรุนแรง

น่าสนใจก็คือแม้แต่โฆษกของตอลิบันอย่างซูฮาอิล ชาฮีน ทวิตเตอร์ของเขายังมีผู้ติดตามถึง 347,000 คน ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าทำไมทวิตเตอร์จึงยังเปิดช่องให้คนของตอลิบันแต่กับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นผู้นำสหรัฐแท้ๆจึงโดนแบนไปแล้ว
 

ตอลิบันกลับมาเรืองอำนาจอีกครั้งท่ามกลางความกังวลว่าประเทศนี้จะกลับไปสู่ยุคมืดที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอีกหรือไม่และคนรุ่นใหม่ที่โตมาพร้อมกับโซเชียล มีเดียจะมีพลังพอที่จะเปลี่ยนแปลงทิศทางของอัฟกานิสถานได้มากน้อยเพียงใด คำสัญญาของตอลิบันที่จะผ่อนคลายความเข้มงวดโดยเฉพาะกับผู้หญิงจะเป็นจริงหรือไม่ นาทีนี้จึงมีแต่คำถาม 
 ชิบ จิตนิยม รายงาน

ข่าวล่าสุด