นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ตนขอให้หน่วยงานแพทย์จัดทำคู่มือการใช้ยาและการรักษาให้อ่านแล้วเข้าใจง่าย สั้นกระชับ เพื่อให้เรือนจำต่างๆปฏิบัติได้โดยเร็ว นอกจากนี้ ในส่วนของการผลิตยาฟ้าทะลายโจร ตนขออยากให้ทำในนามโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ขอให้ ผอ. ไปศึกษาวิธีการและขออนุญาตให้ถูกต้อง ส่วนการปลูกขณะนี้ได้รับรายงานว่า ปลูกทั้งหมด 207 ไร่ มียาฟ้าทะลายโจร รวมทุกเรือนจำ 8 ล้านกว่าแคปซูล ซึ่งตนได้รับรายงานจาก ป.ป.ส. ว่าจะใช้กองทุนแม่ของแผ่นดินหมู่บ้านละ 9,000 บาท ซึ่งช่วงสถานการณ์โควิดไม่ได้ใช้กองทุนนี้ดำเนินการ มาช่วยดำเนินการให้มีการปลูกฟ้าทะลายโจร 1,000 หมู่บ้าน ๆ ละ 1 ไร่ เพื่อเป็นการเสริมและเป็นการนำร่องให้หมู่บ้านต่างๆ โดยกรมราชทัณฑ์มีแม่พิมพ์และแคปซูล อาจจะช่วยบรรจุแล้วแบ่งให้ชาวบ้านใช้ด้วย
จากนั้นที่ประชุมได้วีดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยัง เรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมี นายเกษมศานต์ บุญญจินดา นิลวงศ์ ผบ.เรือนจำ เข้าร่วมประชุม โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนอยากให้เรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ดศึกษารายกรณี (Case Study) เพราะขณะนี้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ซึ่งตนคิดว่าในช่วงแรกที่เชื้อแพร่ระบาดยาฟ้าทะลายโจรอาจจะมีไม่เพียงพอ แต่ทุกอย่างถือว่าทำดีแล้วแต่ให้ยากับผู้ติดเชื้อช้าไป ซึ่งยาฟ้าทะลายโจรต้องรีบกินทันที ไม่เหมือนกับยาฟาวิฟิลาเวียร์ที่ต้องกินภายใน 3-5 วัน ดังนั้นหากใครมีอาการและสุ่มเสี่ยงจะติดเชื้อให้กินยาฟ้าทะลายโจรทันที และทางหมอ พยาบาลต้องสั่งการให้ชัดให้ง่ายต่อผู้ปฏิบัติ และหากเรือนจำไหนพบกลุ่มเสี่ยงแปลกๆให้รีบดำเนินการให้เร็ว