เนชั่นทีวี

ข่าว

โควิดคร่าชีวิตรายที่4-ตามโครงการ"คนแพร่ไม่ทิ้งกัน"

17 ส.ค. 2564 | supee

โควิดคร่าชีวิตรายที่4-ตามโครงการ"คนแพร่ไม่ทิ้งกัน"

แพร่ -  โควิด-19 คร่ารายที่ 4 ของ จ.แพร่ หลังติดเชื้อทั้งครอบครัว 4 ราย พ่อแม่และลูก ขอกลับมารักษาตามโครงการ “คนแพร่ไม่ทิ้งกัน” สุดท้ายแม่ไม่รอด มีโรคไต-หอบหืด 

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 17 สิงหาคม 2564 ชุดปฏิบัติการฉุกเฉินพิเศษตอบโต้โควิด-19 โดยสมาคมอาสาสมัครกู้ภัยจังหวัดแพร่ รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่โรงพยาบาลแพร่ จึงจัดเจ้าหน้าที่ออกร่วมปฏิบัติการนำร่างผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นหญิง อายุ 53 ปี มาทำพิธีฌาปนกิจศพที่ป่าช้าประตูมาร ต.ในเวียง อ.เมือง จ.แพร่ โดยมีครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้นำชุมชม มาร่วมพิธีจำนวนไม่มาก ถือว่าเป็นผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 รายที่ 4 ของ จ.แพร่

โควิดคร่าชีวิตรายที่4-ตามโครงการ"คนแพร่ไม่ทิ้งกัน"

สอบถามลูกชายของผู้เสียชีวิต อายุ 33 ปี ทราบว่า พ่อแม่ พร้อมน้องชาย 2 คน อายุ 24 ปี และ 15 ปี ซึ่งทั้งหมดย้ายไปอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการได้หลายปีแล้ว แต่เกิดติดเชื้อและไม่มีโรงพยาบาลรักษา ตนเองอยู่ที่ จ.แพร่ ไม่ได้ย้ายไปด้วยเพราะเป็นลูกคนโตเกิดจากพ่อคนแรก รับทราบข่าวจึงได้ประสานขอเข้าร่วมโครงการคนแพร่ไม่ทิ้งกัน โดยพ่อและน้องชาย อายุ 24 ปีมาก่อน เพราะว่าอาการไม่รุนแรง ขอเข้าร่วมโครงการของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ซึ่งมีรถรับส่งทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลสนามและอาการดีขึ้นเรื่อยๆ 

ส่วนแม่และน้องชายคนเล็กเพิ่งมาเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา โดยครอบครัวเหมารถมาเองในราคา 13,000 บาท เพราะว่าแม่ค่อนข้างตัวใหญ่เดินทางลำบาก เลยต้องมาเอง แรกๆ ที่มาอาการไม่รุนแรงมีเพียงไอบ้าง มาครั้งแรกเข้าคัดกรองที่โรงพยาบาลสนามจังหวัดแพร่ และส่งตัวเข้ารักษาต่อที่โรงพยาบาลแพร่ จนรับแจ้งว่าแม่มีอาการทรุดหนักและเสียชีวิตเมื่อเวลา 09.00 น.ที่ผ่านมา โดยแม่มีโรคประจำตัว คือ โรคไต และหอบหืด  ขณะที่พ่อรักษาตัวหายแล้ว แต่ยังต้องกักตัวอยู่ที่บ้านอีก 14 วัน ส่วนน้องชายคนกลาง มีอาการเชื้อลงปอดเพิ่งออกจากห้องไอซียู  ส่วนน้องชายคนเล็กอาการไม่รุนแรงตอนนี้อยู่ศูนย์พักคอยอีก 2 วันจะได้กลับบ้าน ทุกคนยังไม่มีใครได้รับการฉีดวัคซีน และยังอยู่ระหว่างการรักษาและกักตัว จึงทำให้ไม่สามารถมาร่วมงานศพได้

โควิดคร่าชีวิตรายที่4-ตามโครงการ"คนแพร่ไม่ทิ้งกัน"

ทางด้านนายพงษ์ศิลป์ อินทเจริญศานต์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.น้ำเลา อ.ร้องกวาง จ.แพร่ กล่าวว่า ที่ผ่านมาหากลูกบ้านที่อยู่ต่างจังหวัดแล้วมีการติดเชื้อ ได้ติดต่อมาทางเราจะคอยประสานกับทางโรงพยาบาลสนามให้ เบื้องต้นแจ้งว่าจะต้องมีผลการตรวจแบบ RT -PCR ก่อน เราจะมีการติดต่อผู้ป่วยตลอด ส่วนใหญ่ที่ติดต่อมาจะอยู่ในพื้นที่จ.ชลบุรี สมุทรปราการ กรุงเทพฯ เท่าที่ประสานให้เข้าโรงพยาบาลสนามไปแล้ว 20-30 รายแล้ว ที่ผ่านมาพบปัญหากรณีหนึ่งที่เขามีผลแล็ปมา แต่ไม่มีผล RT-PCR ซึ่งไม่เข้าเงื่อนไขของทางโรงพยาบาลสนาม แต่ผู้ป่วยนั้นได้เดินทางมาถึง จ.แพร่แล้ว ซึ่งตอนนั้นทางจังหวัดได้ให้ไปกักตัวที่โรงแรมน้ำเงินก่อน แล้วตรวจใหม่อีกครั้ง 

 

สำหรับผู้ที่ยังไม่มีผล ได้แนะนำให้ไปขอตรวจกับทางโรงพยาบาลและแจ้งว่าจะกลับไปรักษาตัวที่ จ.แพร่ ถึงได้ผล RT-PCR มา ส่วนผู้ป่วยที่อยู่ไกล ตนได้แนะนำไปว่าจะมีวันจันทร์ วันพุธ วันศุกร์ ซึ่งเป็นของทหาร แต่หากมีอาการหนักรอไม่ไหวแล้ว บางคนก็จะหารถมาเอง

 

โควิดคร่าชีวิตรายที่4-ตามโครงการ"คนแพร่ไม่ทิ้งกัน"

ภาพ/ข่าวโดย กัญญสร ถิ่นทิพย์ / แพร่

ข่าวล่าสุด