ภูเก็ต - ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตเชื่อ “ภูเก็ตแซนด์บ้อกซ์ 7+7” ไปได้ แต่ต้องกำหนดมาตรการต่างๆ ให้รอบคอบและชัดเจน สำคัญ คือ ความปลอดภัยคนพื้นที่ เชื่อทำได้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับหนึ่งแต่ไม่มาก

16 สิงหาคม 2564 นายรังสิมันต์ กิ่งแก้ว ผู้ประกอบด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงกรณีที่จะมีการเสนอเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวอันดามัน ภายใต้โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 7+ 7 ว่า มองในด้านของดีมานท์หรือลูกค้าก็พอใจอยู่แล้วเพราะได้มีโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยวในพื้นที่อื่นๆ มากขึ้น

จึงเป็นโอกาสดีในการขายมากขึ้น เนื่องจากมีจุดปลายปลายทางหรือเดสติเนชั่น ทั้งในส่วนของพังงาและกระบี่ ซึ่งในช่วงปกติมีการขายแบบคลัสเตอร์อยู่แล้ว บางครั้งลูกค้าก็ไม่ทราบว่านั้นไม่ใช่ภูเก็ต เนื่องจากเป็นการขายในรูปแบบของเดย์ทริป

แต่สิ่งที่ต้องระวัง คือ แหล่งท่องเที่ยวที่จะเชื่อมโยงกันนี้ก็จะต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยที่ดี ไม่เช่นนั้นจะมีโอกาสการแพร่เชื้อระวังกันได้ นอกะนี้จะต้องมาพิจารณาด้วยว่าในส่วนของพื้นที่ที่เปิดนั้นจะเปิดเต็มพื้นที่หรือไม่ หรือเพียงจุดใดจุดหนึ่งที่เป็นลักษณะเดย์ทริป

ผู้ประกอบการเชื่อ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์7+7” ไปได้
ผู้ประกอบการเชื่อ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์7+7” ไปได้

ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็จะง่ายในการดูแลหรือบริหารจัดการ เช่น พีพี จ.กระบี่ เป็นต้นหรือหากต้องไปอยู่ในพื้นที่ทั้ง 7 วัน ในส่วนของพื้นที่นั้นๆ ก็จะต้องวางแผนและมีความพร้อม ดังนั้นไม่ว่าจะเป็น จ.พังงา หรือ จ.กระบี่ สิ่งสำคัญ คือ ความปลอดภัยของคนในพื้นที่ ส่วนตัวเชื่อว่าในสถานประกอบการต่างๆ ส่วนใหญ่มีการฉีดวัคซีนตามมาตรฐานอยู่แล้ว แต่คนในพื้นที่ได้รับการฉีดไปแล้วเท่าใด เป็นเรื่องที่จะต้องมาพิจารณา มิเช่นนั้นอาจจะเป็นอย่างสมุย เพราะหากเปิดแล้วต้องมาปิดก็จะยิ่งลำบากมากขึ้น

ผู้ประกอบการเชื่อ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์7+7” ไปได้

นายรังสิมันต์ กล่าวด้วย การจะเดินไปสู่บวก 7 นั้น ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์จะต้องอยู่ได้ก่อน เนื่องจากทั้ง 2 พื้นที่ดังกล่าว ไม่ได้รับนักท่องเที่ยวโดยตรงจากต่างประเทศ ฉะนั้นจะต้องช่วยกันทำให้ภูเก็ตรอดก่อน ซึ่งจะทำให้พื้นที่รอบข้างมีโอกาสมากขึ้น เพราะหากดูตัวเลขนักท่องเที่ยวภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าทั้งกระบี่และพังงาได้อานิสงค์อยู่แล้ว เพราะหลังจากอยู่ภูเก็ตครบ 14 วันก็จะมีการเดินทางไปท่องเที่ยวยังพื้นที่ใกล้เคียงแม้จำนวนจะยังไม่มากนัก

ผู้ประกอบการเชื่อ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์7+7” ไปได้

แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยและการเดินทางไปกลับ ตลอดจนกระบวนการตามมาตรการตรวจคัดกรอง เมื่อออกไปแล้วกลับเข้ามาจะต้องมีการตรวจหาเชื้ออีกหรือไม่อย่างไร จากเดินที่จะต้องตรวจหาเชื้ออยู่แล้ว 3 ครั้ง ตลอดจนมาตรการต่างๆ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ต้องทำการบ้านกันต่อ กรณีทางรถอาจจะไม่มีปัญหาเรื่องตรวจหาเชื้อ แต่หากเป็นการเดินทางทางเรือจะทำอย่างไร
 

ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องมีการพิจารณาให้รอบคอบและชัดเจน อย่าให้เกิดปัญหาแล้วมาคิดใหม่ เพราะตัวประกัน คือ ลูกค้า อย่าเปลี่ยนกฎเมื่อลูกค้ามาแล้ว เพราะจะสร้างไม่พอใจให้กับเขาได้ อาจเปิดช้าสักหน่อยแต่มีความชัดเจนก็ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวก็ไม่ได้มากอยู่แล้ว

ผู้ประกอบการเชื่อ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์7+7” ไปได้

อย่างไรก็ตามสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาภายใต้โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ในระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม -15 สิงหาคม 2564 มีจำนวนรวม 21,336 คน มีรายได้สะพัดกว่า 1,600 ล้านบาท

ภาพ/ข่าว....สาลินี  ปราบ / ภูเก็ต