"ณัฐวุฒิ"ประกาศเป้าหมายขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกจากตำแหน่ง ต้องเคลื่อนขบวนด้วยสันติวิธี ไม่มีแตกแถว เชื่อครั้งหน้าจะมีคนมาร่วมมากขึ้น รับทราบ "เสกสกล อัตถาวงศ์" เตรียมร้องกองปราบ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

15 สิงหาคม 2564 การประกาศนำการชุมนุมคาร์ปาร์ก ของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นับว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ประเมินได้จากกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดง ทั้งส่วนกลางและปริมณฑลเดินทางมาร่วมด้วยจำนวนมาก แม้ว่าประธานหมู่บ้านเสื้อแดง อย่างอานน์ แสนน่าน จะออกมาปรามมิให้คนเสื้อแดง ออกมาร่วมชุมนุมด้วยก็ตาม

 

อย่างไรก็ตาม สี่แยกราชประสงค์ เป็นสัญลักษณ์การต่อสู้ของคนเสื้อแดงมาตั้งแต่ปี 2553 การที่นายณัฐวุฒิ กำหนดให้แยกราชประสงค์เป็น 1 ใน 3 จุดชุมนุม จึงเป็นเหมือนการให้คนเสื้อแดง กลับมารำลึกความหลังกันอีกครั้ง

 

ณัฐวุฒิ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้การชุมนุมเน้นย้ำเป้าหมายจะยุติในเวลา 18.00 น. และหลังกดแตรยาว 45 วินาที ทุกคนแยกย้ายกลับบ้านโดยสันติภาพ ตามที่วางไว้ หากจุดไหนผ่านโรงพยาบาลจะงดใช้เสียงแตร แต่หากเดินทางผ่านไปแล้ว จะใช้เสียงแตรต่อ

 

แกนนำม็อบคาร์ปาร์ก บอกอีกว่า พยายามสื่อสารตลอดเรื่องการใช้ความรุนแรง เพราะเป้าหมายคือขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกจากตำแหน่ง ต้องเคลื่อนขบวนด้วยสันติวิธี เพราะเชื่อว่าครั้งหน้าจะมีคนมาร่วมมากขึ้น

 

ส่วนข้อเรียกร้องในวันนี้คือ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่งโดยทันที ยืนยันว่า ไม่ได้รุกราน พล.อ.ประยุทธ์ หรือทำลายพล.อ.ประยุทธ์ ทางการเมือง แต่ที่ผ่านมาเห็นแล้วว่า ไม่สามารถบริหารประเทศได้

นายณัฐวุฒิ ยอมรับว่า มีความกังวลเรื่องสถานการณ์ไม่พึงประสงค์ จึงขอมวลชนหลีกเลี่ยงเส้นทางเปราะบาง เพราะทุกอย่างพูดบนโต๊ะต่อหน้าสื่อมวลชน และตำรวจ หมดแล้ว จึงขอความร่วมมือตำรวจ ช่วยอำนวยความสะดวกด้วย

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า การชุมนุมที่ผ่านมา แม้แกนนำประกาศยุติการชุมนุม แต่ยังมีมวลชนจำนวนหนึ่งปักหลักชุมนุมต่อและมักเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ ทำให้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ฝ่าย นายณัฐวุฒิ บอกว่า ก็หวังว่าครั้งนี้จะได้รับความร่วมมือ เพราะรูปแบบการเผชิญหน้า ไม่ใช่เงื่อนไขของกลุ่ม เนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้น ผู้ชุมนุมน่าจะถอดบทเรียน ขณะที่ตนเองยืนยันอยู่ข้างประชาชนและคนหนุ่มสาว จึงขอเรียกร้องเรื่องความรุนแรง และตำรวจต้องแสดงความจริงใจ แสดงมาตรฐานในการปฏิบัติหน้าที่ให้ประชาชนเห็น

นายณัฐวุฒิ กล่าวตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีที่ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีในข้อหากระทำความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ และความผิดหลายคดีตามประมวลกฎหมายอาญาอีกหลายมาตรา ในวันที่ 16 ส.ค. เวลา 10.00 น. ที่กองปราบปราม ว่า "ทราบแล้ว"

 

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา นายเสกสกล พูดถึงการ เตรียมเคลื่อนไหวของนายณัฐวุฒิ ว่าในสถานการณ์บ้านเมืองที่เกิดวิกฤตโควิด-19 มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น และประชาชนยังได้รับความเดือดร้อน ก็ขอให้นายณัฐวุฒิ ใช้สมองคิดว่าการออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้จะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน และบ้านเมืองมากน้อยแค่ไหน ไม่ใช่จะเอาแต่ประโยชน์ส่วนตัวจนหน้ามืดตามัวคิดอะไรไม่เป็น 

 

การเคลื่อนไหวต่างๆ ที่ผ่านมาก็เห็นแล้วนายณัฐวุฒิ ได้มีการปลุกระดมยุยงปลุกปั่นเรื่อยมา เพื่อให้กลุ่มต่างๆ ได้ออกมาชุมนุม ไม่ได้เป็นไปตามกฎหมาย ผู้ชุมนุมมีการสร้างความรุนแรง ทำร้ายตำรวจ และเผาทรัพย์สินของทางราชการ หากการเคลื่อนไหวของนายณัฐวุฒิครั้งนี้เกิดเหตุความรุนแรงขึ้นอีก ตนเองถามว่านายณัฐวุฒิ จะรับผิดชอบอย่างไรบ้าง เพราะที่ผ่านมาสั่งเผาบ้านเผาเมืองก็ไม่ได้แสดงความรับผิดแต่อย่างใด