กระทรวงกลาโหม เร่งขยายขีดความสามารถทางการแพทย์ เรียกระดมแพทย์พยาบาลแถว 2 เสริมกว่า 500 คน เผยยังพบผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายต่อเนื่อง เฉพาะเดือนสิงหาคม จับได้ 1,864 คน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

14 สิงหาคม 2564 พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ประชุมติดตามการสนับสนุนรัฐบาลแก้ปัญหาวิกฤตโควิด-19 ร่วมกับ กอ.รมน. หน่วยขึ้นตรงกลาโหม เหล่าทัพ และตำรวจ ผ่านระบบ VTC โดยภาพรวมฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ ยังตรวจพบและจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองได้ต่อเนื่อง ตั้งแต่ 1-12 ส.ค. 64 จับกุมได้ 1,864 คน

 

สำหรับการควบคุมโรค เจ้าหน้าที่ยังคงตั้งจุดตรวจและด่านตรวจ บริเวณรอยต่อจังหวัดสีแดงเข้ม และจัดชุดเคลื่อนที่เร็วตรวจในพื้นที่ เพื่อลดการเคลื่อนย้ายและจำกัดกิจกรรมตามเคหสถานที่เป็นปัญหา โดยยังพบพฤติกรรมขาดความรับผิดชอบ รวมกลุ่มดื่มสุรา มั่วสุมเสพยาและเล่นการพนันต่อเนื่อง 

 

กลาโหม เร่งขยายขีดความสามารถทางการแพทย์ เสริมทีมแพทย์พยาบาลสู้โควิด
 

ขณะเดียวกัน กองทัพได้เร่งขยายขีดความสามารถทางการแพทย์ในโรงพยาบาลทหารแต่ละเหล่าทัพ โดยจัดตั้งห้อง ICU รองรับผู้ป่วยสีแดงเพิ่ม 80 เตียง และผู้ป่วยสีเหลือง 306 เตียง พร้อมเร่งจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม และ CI ในพื้นที่หน่วยทหารทั่วประเทศเพิ่ม ร่วมกับสาธารณสุขจังหวัด

 

นอกจากนี้ ได้เรียกระดมบุคลากรทางการแพทย์แถว 2 กว่า 500 คน เข้ามาเสริมการทำงาน เพื่อรองรับการดูแลประชาชน 

 

กลาโหม เร่งขยายขีดความสามารถทางการแพทย์ เสริมทีมแพทย์พยาบาลสู้โควิด

 

สำหรับโรงพยาบาลสนาม ใน มทบ.11 ในพื้นที่ กทม. อยู่ระหว่างปรับเพิ่มให้สามารถรองรับการตรวจเชื้อคัดกรองโรคได้เพิ่ม 500 คน ต่อวัน ในลักษณะขับรถยนต์มารับการตรวจ (Drive Thru) 

 

ส่วนศูนย์คัดกรอง สโมสรกองทัพบก กทม. มีประชาชนมารับการบริการแล้วเกือบ 10,000 คน ให้บริการครบวงจรตรวจคัดกรองเชื้อ เอกซเรย์ปอด พบแพทย์ รับตัวเข้ารักษาในระบบ รวมทั้งจ่ายยาและพากลับบ้าน

 

กลาโหม เร่งขยายขีดความสามารถทางการแพทย์ เสริมทีมแพทย์พยาบาลสู้โควิด

 

พลเอก ชัยชาญ ได้ย้ำนโยบายของ นายกรัฐมนตรี ที่ขอให้ทุกเหล่าทัพเร่งสนับสนุนการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม และ CI ในหน่วยทหาร เพื่อดูแลประชาชนในพื้นที่สีแดงเข้ม และให้เข้าไปสนับสนุนการจัดชุดตรวจเชิงรุก และเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากชุมชนและตามบ้านที่ยังพบและมีอยู่ เข้ามารักษาในระบบโดยเร็ว พร้อมทั้งขอบคุณกำลังพลตำรวจ และทหารทุกเหล่าทัพ ที่เข้ามาเสริมการทำงานของการะทรวงสาธารณสุข และ กทม. อย่างใกล้ชิด ในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคทั้งในเขตเมืองและชุมชนทั่วประเทศต่อเนื่องมา โดยกำชับให้ใช้ความระมัดระวังและไม่ประมาทในการปฏิบัติงาน เพื่อมิให้เกิดการสูญเสียในทุกชีวิต