ชาวน้ำพองทำแคร่ไม้ไผ่เป็นเตียงศูนย์พักคอยรองรับกลุ่มเสี่ยง
11 ส.ค. 2564 | jitima_chum

ชาวอำเภอน้ำพองและ รพ.สต.ตำบลบัวใหญ่ ร่วมกันทำตะแคร่ไม้ไผ่เพื่อเป็นเตียงรองรับผู้กักตัวที่เดินทางจากจังหวัดกลุ่มเสี่ยงใช้ในศูนย์พักคอยและศูนย์พักพิง
ข่าว
11 ส.ค. 2564 | jitima_chum

ชาวอำเภอน้ำพองและ รพ.สต.ตำบลบัวใหญ่ ร่วมกันทำตะแคร่ไม้ไผ่เพื่อเป็นเตียงรองรับผู้กักตัวที่เดินทางจากจังหวัดกลุ่มเสี่ยงใช้ในศูนย์พักคอยและศูนย์พักพิง
11 สิงหาคม 64 ที่บ้านรักชาติ ต.บัวใหญ่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น นายสุเทพ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยนานประจวบ รักแพทย์ นายอำเภอน้ำพอง ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรมการทำแคร่ไม้ไผ่ (เตียงไม้ไผ่) ร่วมกับชาวบ้านรักชาติ โดยมีนายสากล หลานวงศ์ ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านให้ความร่วมมือในการร่วมทำแคร่ไม้ไผ่
นายสุเทพ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เผยว่า ในแต่ละหมู่บ้านตามชนบทในจังหวัดขอนแก่น จะเห็นว่ามีไม้ไผ่อยู่ขึ้นรอบหมู่บ้าน ถ้าเดินทางออกจากตัวเมืองจะเข้าหมู่บ้าน จะเห็นไม้ไผ่ หรือต้นมะพร้าวขึ้นเป็นกลุ่ม ๆ แสดงว่าบริเวณนั้นจะมีบ้านคน เนื่องจากคนสมัยก่อนจะนิยมปลูกไผ่ เช่น ไผ่ตง ไผ่สีสุก ไว้ใช้ในการทำอุปกรณ์การเกษตร วัสดุในครัวเรือน และอีกอย่างต้นไผ่ก็ยังเป็นบัฟเฟอร์โซน คือจะเป็นกำแพงสามารถต้านลมพายุไม่ให้หลังคาบ้านปลิวไปตามลมได้เป็นอย่างดี ในสถานการณ์เช่นนี้ เมื่อมีการระบาดของโควิด-19 การจัดทำสถานที่พักคอย หรือโรงพยาบาลสนาม ให้กับผู้ป่วย สิ่งที่ขาดไม่ได้คือเตียง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากไม่สามารถให้คนไข้นอนบนพื้นได้ เพราะจะไม่มีมีอากาศถ่ายเทด้านล่าง ประกอบกับเตียงที่ทำจากระดาษในช่วงต่อไปนี้จะมีฝนตกบ่อยขึ้น ความชื้นจะทำให้เตียงที่ทำจากกระดาษยุบตัว หรือฉีกขาดหมดสภาพไป
“จากวิถีชีวิตของชาวบ้านที่มีอยู่ เตียงไม้ไผ่จึงทางเลือกที่ดีที่สุดในการที่จะนำไปเป็นเตียงสำหรับคนไข้ที่รอการกักตัวเพื่อดูอาการของเชื้อไวรัสโคโรนา-19 โดยบ้านรักชาติเป็นอีกหมู่บ้านหนึ่งที่มีไม่ไผ่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นการที่ชาวบ้านออกมาร่วมแรง ร่วมใจไม่ใช่จะเป็นได้แค่เตียงไม่ไผ่ จะเป็นการสร้างความสามัคคีในชุมชนหมู่บ้านอีกด้วย”
ในการทำเตียงไม้ไผ่นนั้น จะเริ่มจากการเข้าไปคัดเลือกไม้ไผ่ลำที่แก่แล้วนำมาวัดขนาดของเตียงที่ทำโคงสร้างจากไม้เนื้อแข็ง ก่อนที่จะผ่าเป็นซีก ๆ ตามความต้องการ เหลาไม้ขัดให้เกลี้ยงเกลาเพื่อป้องกันการบาดผิวหรือขูดข่วนตามร่างกาย จากนั้นนำไปประกอบเป็นเตียง ตามขนาดตวามต้องการใช้งาน
สำหรับเตียงไม้ไผ่ของตำบลบัวใหญ่นั้น เป็นมติของตำบลให้แต่ละหมู่บ้านทำตะแคร่ไม้ไผ่มาอย่างน้อยหมู่บ้านละ 1 ตัว ซึ่งในตำบลมีทั้งหมด 16 หมู่บ้าน ทำให้ได้เตียงจำนวน มากกว่า 20 เตียง ถ้าหากขาดเหลือไม่พอ ก็สามารถที่จะลงมือทำเพิ่มได้อีก เนื่องจากวัสดุคือไม้ไผ่มีจำนวนมาก สนนราคาในการร่วมแรงร่วมใจในการทำครั้ง ตัวหนึ่งไม่ถึง 200 บาท
ข่าว/ภาพ พรพรรณ เพ็ชรแสน