ผบ.ตร. พร้อมพ่อเมืองภูเก็ต และผู้ว่าฯ ททท. แถลงคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวสวิส ด้านผู้ต้องหากล่าวขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต เผยไม่ได้ตั้งใจจะฆ่า เพียงแต่ต้องการทรัพย์สินมาใช้จ่าย แต่เกิดขัดขืนจึงต่อสู้กันและพลั้งมือไป 

วันนี้ (8 ส.ค.64) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 2 ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบช.ภ. 8  นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.สอบสวนกลาง และผู้เกี่ยวข้อง ได้แถลงความคืบหน้ากรณีการฆาตกรรมนางนิโคล ซอเวน ไวซคอป อายุ 57 ปี สัญชาติ สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาใต้โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ตำแหน่ง และ รองผู้อำนวยการกองพิธีการรัฐสภาแห่งสมาพันธ์รัฐสวิตเซอร์แลนด์ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้านเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 5 สิงหาคม 2564 ว่าพบศพของชาวต่างชาติ บริเวณธารน้ำตกโตนอ่าวยน ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต จากนั้นได้มีการนำชุดสืบสวนจากส่วนกลาง แพทย์นิติเวช ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และชุดหนุมาน กองปราบปราม มาสนับสนุนชุดสืบสวนในพื้นที่ เพื่อติดตามหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต และประเทศไทย 

 

จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2564 เวลาประมาณ 11.30 น.ผู้เสียชีวิตได้ออกจากโรงแรมที่พักเดินเท้าไปยังน้ำตกโตนอ่าวยน เพียงลำพัง ระหว่างทางมีกล้องวงจรปิดจับภาพผู้เสียชีวิตได้ตลอดเส้นทาง และไม่ได้กลับมาที่พักอีกเลย และจากกล้องวงจรปิดพบผู้ต้องสงสัยขับขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นไปก่อนที่ผู้เสียชีวิตจะไปถึง และจากนั้นประมาณ 3 ชั่วโมงผู้ต้องสงสัยขับรถกลับลงมา จากการสืบสวนทราบว่า รถจักรยานยนต์ดังกล่าว หมายเลขทะเบียน ขมข493 ยี่ห้อฮอนด้าสีแดง มีนายธีรวัฒน์ หรือ บังหลี ท่อทิพย์ อายุ 27 ปี ชาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต แต่พบว่าอาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุ จึงเชิญตัวมาซักถาม และยอมรับเป็นบุคคลในภาพ ตรวจตามร่างกายมีร่องรอยบาดแผลหลายแห่ง สภาพบาดแผลเกิดมาประมาณ 4-5 วัน และพบพิรุธหลายอย่าง กระทั่งต่อมา ยอมรับว่า เป็นผู้ลงมือฆ่านักท่องเที่ยวคนดังกล่าวด้วยตัวเอง 

 

โดยพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดภูเก็ต และจับกุมนายธีรวัฒน์  ผู้ต้องหา ตามหมายจับที่ 219/2564 ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2564 โดยกล่าวหาว่า “ฆ่าผู้อื่น” โดยผู้ต้องหารับสารภพาตลอดข้อกล่าวหา และจากการสอบสวนเพิ่มเติมผู้ต้องหายังได้รับสารภาพ ด้วยว่า ได้รื้อค้นกระเป๋าเป้เอาทรัพย์สิน ซึ่งเป็นเงินสดของผู้เสียชีวิตไปจำนวน 300 บาท จึงแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมว่า “ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” 

 

อย่างไรก็ตามในระหว่างที่มีการแถลงข่าว ได้มีการให้นายธีรวัฒน์ฯ โฟนอินมายังห้องแถลง โดยเขาได้กล่าวขอโทษไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิต และขอโทษคนไทยที่ก่อเหตุดังกล่าว และยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจที่จะฆ่านักท่องเที่ยว เพียงแต่ต้องการเงินมาใช้ เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้มีรายได้ไม่เพียงพอ โดยปัจจุบันรับจ้างตัดหญ้า ได้เงินมาประมาณ 1,000 บาท ซึ่งเอาให้ภรรยาไว้ใช้จ่าย และไม่ต้องการขอเงินจากภรรยา จึงขึ้นไปที่น้ำตกเพื่อหาของป่ามาขาย แต่ไปถึงไม่เจอ จึงเดินลงมา ระหว่างทางเจอนักท่องเที่ยวกำลังเล่นน้ำ จึงคิดจะขโมยเอาทรัพย์สิน โดยเข้าไปล็อกคอนักท่องเที่ยวจากทางด้านหลัง แต่มีการขัดขืนและพยายามต่อสู้ จึงบีบคอก่อนจับกดน้ำ จากนั้นได้หาผ้าใบพลาสติกสีดำที่อยู่ในละแวกนั้นมาคลุมอำพรางร่าง และรื้อค้นทรัพย์สินได้เงินไป 300 บาท และกลับบ้านพักโดยทำตัวตามปกติ แต่ติดตามข่าวนี้ตลอด โดยทราบข่าวจากภรรยาว่ามีนักท่องเที่ยวเสียชีวิต แต่ก็ยังทำตัวปกติ และคิดว่าเดี๋ยวตำรวจคงตามมาจับได้ รวมทั้งไม่รู้ว่าจะหนีไปไหน จึงใช้ชีวิตปกติ ก่อนถูกจับตัวดังกล่าว ยืนยันว่า ไม่ได้ตั้งใจที่จะฆ่านักท่องเที่ยว 

 

ขณะที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตต่อกรณีที่เกิดขึ้น เพราะความสูญเสียที่เกิดขึ้นคงไม่สามารถมีอะไรทดแทนได้ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกฝ่ายได้พยายามอย่างเต็มที่ในการจับกุมคนร้ายได้สำเร็จโดยเร็ว แต่ก็ยังรู้สึกเสียใจกับการสูญเสียดังกล่าวมาโดยตลอด ทั้งนี้ได้มีการเน้นย้ำในการเรื่องของการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างต่อไป เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา 

 

เช่นเดียวกับผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ในนามของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต รวมทั้งขอขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่สามารถคลี่คลายคดีและจับกุมผู้ก่อเหตุได้โดยเร็วซึ่งเป็นการเรียกความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา และเร็วเกินไปที่จะประเมินว่า เหตุการณ์ดังกล่าวกระทบกับภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์หรือไม่ แต่ได้ให้สำนักงานใน ททท.ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการนำเสนอข่าวที่เกิดขึ้น ว่า มีผลกระทบต่อจิตใจของนักท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่หรือไม่อย่างไร เพื่อจะได้มีการดำเนินการในส่วนของการสร้างความเชื่อมั่นต่อไป ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลตัวเลขการจองห้องพักในช่วง 2-3 วันที่ผ่านพบว่า ยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง 

 

ทางด้านนายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ได้เป็นตัวแทนของภาคเอกชนจำนวน 16 องค์กร กล่าวขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่สามารถคลี่คลายคดีนี้ได้โดยเร็ว แงแม้ว่าจากข้อมูลไม่พบว่ามีผู้แจ้งเบาะแส แต่จากการที่ทาง 16 องค์กร และอดีตนายกสมาคมฯ องค์กรต่างๆ เห็นควรมอบเงินรางวัลนำจับจำนวน 200,000 บาท ที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ที่จะมอบให้กับผู้แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับตัวคนร้ายได้นั้น ก็ขอมอบให้กับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการใช้ปฏิบัติภารกิจต่อไป 

 

โอกาสนี้ทางด้านตัวแทน 16 องค์กรภาคเอกชนได้มอบช่อดอกไม้ขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เช่นเดียวกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และผู้ว่าฯ ททท. ได้ร่วมมอบช่อดอกไม้ขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย 

 

สาลินี ปราบ รายงาน